Home / article / Jimmy Liao: ส่วนผสมที่ลงตัวของความเหงา ความหวัง และความหวาน

Jimmy Liao: ส่วนผสมที่ลงตัวของความเหงา ความหวัง และความหวาน

a book Publishing

May 19, 2019

เรื่อง: นพดล เลิศเอกสิริ
ภาพ: Jimmy Liao

น่าแปลกที่เวลาเราหยิบหนังสือภาพบางเล่มมาอ่านอีกครั้ง เรามักจะเจอสิ่งที่มองข้ามไปในครั้งแรก หรือบางทีเราอาจจะไม่ได้เพิ่งสังเกตเห็น แต่เพิ่งเข้าใจมันในวันที่เราอ่านผลงานของเขามากขึ้นเรื่อยๆ เพราะโลกในจินตนาการของศิลปินนั้นกว้างใหญ่เกินกว่าจะสิ้นสุดด้วยหนังสือเล่มเดียว (และรอบเดียว)  ดังนั้นการอ่านซ้ำหลายครั้งก็อาจทำให้สนุกกับหนังสือมากกว่าเดิม

A Fish That Smiled At Me

และหนังสือของจิมมี่ เลี่ยว ศิลปินชาวไต้หวันที่ครองใจนักอ่านทั่วโลกมานับไม่ถ้วนเป็นหนึ่งในนั้น นอกจากลายเส้นที่ชวนฝัน และเนื้อเรื่องที่ชวนตั้งคำถามอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเขาแล้ว หนังสือของจิมมี่ยังเต็มไปด้วยองค์ประกอบมากมายที่ชวนให้เราสำรวจและเชื่อมโยงได้จากเล่มสู่เล่ม และนี่คือจุดร่วมที่เรามักพบเจอในหนังสือของเขา 

ตัวละครสัตว์คู่ใจ 

ถึงเศร้าหรือเหงาเป็นบางครา แต่จิมมี่ก็แทบไม่เคยปล่อยให้ตัวละครหลักของเขาเดียวดายในโลกอันกว้างใหญ่ เขามักจะสร้างเพื่อนคู่ใจเป็นเหล่าสัตว์ตัวน้อยใหญ่ไว้อยู่เคียงข้างพวกเขาอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นกระต่ายตัวโตบ้างตัวจ้อยบ้างที่ปรากฏใน Secrets in the Wood, Beautiful Solitude, The Sounds of Colors และอีกหลายเล่มรวมถึง To Read or Not to Read, That is My Question ผลงานเล่มล่าสุดด้วย

จาก Secrets in the Wood

อาศัยในโลกใบเดียวกัน 

แม้แต่ละเล่มจะมีเรื่องราวที่ต่างกันไป แต่คล้ายว่าตัวละครของจิมมี่นั้นจะอาศัยอยู่ในโลกใบเดียวกัน เพราะหากสังเกตดีๆ จะเห็นตัวละครหลายตัว ไปปรากฎตัวในหนังสือเล่มอื่น ไม่ว่าจะเป็น ตัวละครเด็กผู้โอบอุ้มพระจันทร์จาก The Moon Forgets ก็แอบไปปรากฏตัวลับๆ ใน The Blue Stone และ The Sound of Colors หรือตัวละครชายหนุ่มกับโหลปลาใน A Fish That Smiled At Me ก็ไปโผล่อยู่ใน Mr.Wing เช่นกัน

จาก Mr. Wing

พระจันทร์นั้นสำคัญฉไน 

ถ้าต้องเลือกระหว่างพระอาทิตย์กับพระจันทร์ เราเดาว่าจิมมี่จะชอบอย่างหลังมากกว่า ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยวาดพระอาทิตย์เลย หากแต่พระจันทร์ถูกกล่าวถึงมากกว่า อาจเพราะเป็นตัวแทนของความเหงาได้ดีทั้งยังโรแมนติกอีกด้วย

จาก The Moon Forgets

หน้าต่าง บ้าน รถไฟ

ในโลกการ์ตูนของจิมมี่ เรามักจะได้เห็นฉากหลังเหล่านี้อยู่บ่อยครั้ง ซึ่งไม่แน่ว่าจริงๆ แล้วเขาอาจจะถ่ายทอดสิ่งเหล่านี้มาจากความเป็นจริงของชีวิตเขา บานหน้าต่างอาจจะเป็นสิ่งที่เขาชอบมอง เขาจึงมักวาดให้ตัวละครของเขามองออกไปจากหน้าต่าง อาจจะดูเหงา แต่ในขณะเดียวกันตัวละครอาจจะกำลังฝันหวานหรือหวังถึงบางสิ่งอยู่ก็ได้ บ้านอาจจะเป็นที่ที่จิมมี่ชอบอยู่ ที่ที่รู้สึกปลอดภัย และรถไฟก็อาจจะเป็นขนส่งมวลชนที่เขาใช้เป็นประจำ (รวมถึงเป็นส่วนสำคัญของชีวิตคนเมือง) แต่มันจะใช่หรือไม่ก็อาจจะมีเพียงเขาเท่านั้นที่รู้

จาก The Sound of Colors

ดวงตาที่ยังคงอยู่ 

นอกจากจะเป็นตัวละครหลักอย่างกระต่ายใน Secrets In The Woods ที่มักฉายเพียงดวงตากลมโตดูน่าพิศวงให้เห็น แต่หากสังเกตดีๆ ดวงตาของสัตว์อีกหลายตัวที่มักคอยจ้องมองตัวละครยังซ่อนอยู่ในอีกหลายเล่ม ไม่ว่าจะเป็นใน Mr. Wing, It Was Not a Long Long Time Ago หรือ The Moon Forgets คล้ายกับกะสื่อสารว่าเราล้วนถูกใครบางคนจับจ้องอยู่ตลอดเวลาในทุกแห่งหน  

จาก Mr. Wing

เราเชื่อว่ายังมีอีกสิ่งในหนังสือของจิมมี่ เลี่ยวที่เราไม่ได้กล่าวถึง เมื่อหยิบขึ้นมาอ่านอีกครั้งเราอาจจะพบอะไรเพิ่มขึ้นอีก และสำหรับเราส่วนผสมเหล่านี้ทำให้หนังสือของจิมมี่ เลี่ยวเหมือนมีมนตร์สะกดที่เราจะอยากหยิบมาอ่านซ้ำไม่รู้เบื่อ

To Read or Not to Read, That is My Question

เตรียมพบกับผลงานเล่มล่าสุดของจิมมี่ เลี่ยว To Read or Not to Read, That is My Question เรื่องราวที่เริ่มขึ้นจากร้านหนังสือร้านหนึ่งที่กำลังต้องปิดตัวลงเพราะคนไปซื้อหนังสือน้อยลงทุกที…

Pre-order https://godaypoets.com/product/to-read-or-not-to-read/

สานเส้นเป็นกระต่ายในร้านหนังสือ ‘London Book Sanctuary’

เขียน: นพดล เลิศเอกสิริพิสูจน์อักษร: เบญจพร หรูวรวิจิตร นาทีที่ได้เห็นภาพปกหนังสือ London Book Sanctuary สิ่งหนึ่งที่ดึงความสนใจเป็นอย่างมาก ก็คือเจ้ากระต่ายยักษ์สีขาวที่แอบซ่อนอยู่ในร้านหนังสือ มันแฝงความหมายอะไรหรือเปล่านะ แล้วมือของใครกันที่เปิดม่านไปเจอร้านหนังสือ ชวนให้คนต้องพลิกดูทั้งสองด้าน ก่อนจะเห็นว่าเจ้าของมือนั้นคือเด็กหญิงชุดฟ้าที่ดูเหมือนอลิซในแดนมหัศจรรย์ ชวนให้จินตนาการได้ว่าร้านหนังสือนี้คงมหัศจรรย์เหมือนโพรงกระต่ายของอลิซ การใช้ภาพที่ทรงพลังเพียงภาพเดียวหุ้มหนังสือทั้งเล่มในฐานะปกหน้าและปกหลัง และสร้างมิติน่าสนใจให้หนังสือได้ เป็นไอเดียไม่ธรรมดาของ กนิฐปัญณีย์ นิ่มศรีทอง หรือเอิง อาร์ตได-เร็กเตอร์ของสำนักพิมพ์อะบุ๊ก ส่วนฝีมือการวาดที่สวยคลาสสิกและแสนมีเสน่ห์นั้นเป็นของ ปีติชา คงฤทธิ์ หรือ ‘ฟาน.ปีติ’ ผู้ที่เป็นทั้งคนเขียนและคนวาด เล่าเบื้องหลังของปกหนังสือเล่มนี้ให้ฟังหน่อย   เอิง: เราเห็นว่าฟานวาดภาพประกอบหนึ่งในเล่มเป็นรูปเด็กผู้หญิงเปิดม่าน แล้วเจอร้านหนังสือที่ซ่อนอยู่ในนั้น เราว่ามันเป็นกิมมิกที่น่ารักดี และแตกต่างจากปกส่วนใหญ่ที่เคยเห็นที่มักจะเป็นรูปแลนด์สเคปกว้างๆ ของร้านหนังสือจริง เราก็เลยคุยกับฟานว่า น่าจะขยายมาเป็นปกของเล่ม แล้วฟานก็ชอบ ฟาน: ตัวหน้าปกพัฒนามาจากภาพประกอบด้านในที่เราวาดสำหรับร้านชื่อว่า Marchpane ค่ะ ร้านนี้เด่นเรื่อง Alice in Wonderland เพราะมีขายหนังสือเรื่องนี้หลายเวอร์ชัน และรูปนี้ก็ได้แรงบันดาลใจมาจากภาพหนึ่งในนิทานเรื่องนั้น เป็นภาพอลิซแหวกม่านไปเจอประตูเล็กๆ แล้วกำลังใช้กุญแจไขเข้าไปในแดนมหัศจรรย์ โดยเราปรับจากประตูเป็นร้านหนังสือ ส่วนเด็กผู้หญิงก็เปลี่ยนเป็นตัวเราที่ตามกระต่าย เข้าไปในร้านหนังสือแทนที่จะเป็นโพรง […]

view more

โลกควรมีฮีโร่ที่มีพลังพิเศษเกี่ยวกับ ‘บัวลอย’ เสียที

คุยกับเต้ย-ภาณุมาศ ทองธนากุล หรือนามปากกา ใบพัด เจ้าของผลงาน ‘นี่คือสิ่งสำคัญ’

view more

ภาพถ่ายและตัวอักษรที่สะท้อนตัวตนของ ADDCANDID ในปกหนังสือ ‘A(dd)-perture’

พีรพัฒน์ วิมลรังครัตน์ หรือ ADDCANDID ช่างภาพมากฝีมือระดับ Leica Thailand Ambassador ได้มาออกหนังสือที่เล่าเรื่องราวหลังเลนส์กล้องของเขา เขาถ่ายทอดมันออกมาด้วยสำนวนภาษาขี้เล่นและอารมณ์ดี โดยมีภาพถ่ายที่สวยและจับจังหวะอย่างเฉียบคมของเขาเป็นส่วนประกอบ สองสิ่งนี้กลายเป็นแรงบันดาลใจเบื้องหลังการออกแบบปกของ ’29thwinter’ ที่ตีความทั้งสองอย่างออกมาในรูปแบบของเธอ “ปกเล่มนี้เริ่มจากการเลือกรูปกันในกอง โดยมีโจทย์ว่าต้องเป็นรูปที่แสดงถึงสไตล์การถ่ายรูปของผู้เขียนอย่างชัดเจน เราจึงพยายามเลือกรูปที่ให้ความรู้สึกของการถูก snap และมีความ candid ในแบบของเขา การเลือกรูปที่ใช่นั้นค่อนข้างยาก เพราะรูปถ่ายของเขาสวยหมดทุกรูปเลย แต่เซตภาพที่เราชอบมากที่สุดคือเซต ‘ปารีส’ โดยเฉพาะรูป ‘the kiss’ ที่สำหรับเรามันยังเป็นรูปที่ใช่เสมอ แม้ว่ามันจะเคยใช้เป็นปก photobook ของเขาไปแล้วก็ตาม  การเลือกใช้ฟอนต์ต่างกันในชื่อหนังสือบนปก เพราะเราอยากให้มีลูกเล่นที่สื่อถึงคาแรคเตอร์ความเป็นกันเองของผู้เขียน ซึ่งสอดคล้องกับเนื้อหาสนุกๆ ด้านในเล่ม การวางชื่อพาดตรงกลางเป็นความตั้งใจให้ตัววงเล็บคาดตรงปากของทั้งสองคนพอดี เพื่อให้ภาพดูน่าค้นหามากยิ่งขึ้นจากการที่เราได้ปิดบังบางส่วนไป เมื่อเราได้รูปกับฟอนต์ที่พอดีแล้ว องค์ประกอบอื่นๆ และสีที่เลือกจึงใช้เท่าที่จำเป็น ด้วยแนวคิดที่อยากให้มันออกมาแบบ minimal แต่ดูโดดเด่นไม่จืดชืด” สั่งซื้อหนังสือ ‘A(dd)-perture’ โดย ADDCANDID ได้แล้วที่ https://godaypoets.com/product/add-perture/

view more