Home / 02

02

plai

Apr 4, 2019

“นานแล้วที่ไม่ได้ทำงานกับต้นฉบับที่สนุกขนาดนี้” ภาณุ บุรุษรัตนพันธุ์ กับภารกิจสวมวิญญาณ ทอม แฮงก์ส แปล ‘UNCOMMON TYPE’

สัมภาษณ์และเขียน: ซัลมา อินทรประชาพิสูจน์อักษร: เบญจพร หรูวรวิจิตร ภาณุ บุรุษรัตนพันธุ์ หรือ “พี่ตึ๋ง” หรือ “ลุงตึ๋ง” ของน้องๆ ในวงการ เป็นชื่อแรกที่อะบุ๊กนึกถึงเมื่อจะแปลหนังสือของทอม แฮงก์ส เพราะมันเป็นเรื่องสั้นของอเมริกันชนในยุควินเทจ และภาณุเป็นนักแปลมือเก๋าที่เรียนจบและใช้ชีวิตที่นิวยอร์กมาร่วมหกปี พ่วงด้วยดีกรีอดีตบรรณาธิการ นิตยสาร เอสไควร์ (ประเทศไทย) และยังเป็นมือแปลวรรณกรรมอเมริกันสะท้อนยุคสมัย ไม่ว่าจะเป็นนิค ฮอร์นบี เรื่อง High Fidelity, About a Boy, How To Be Good หรือซีรีส์ Dark Tower สองเล่มแรกของสตีเฟน คิงส์ ไปจนถึงงานขึ้นหิ้งอย่าง Life of Pi ของยานน์ มาร์เตล เพราะฉะนั้นถ้าภาณุออกปากว่า “นานแล้วที่ไม่ได้ทำงานกับต้นฉบับที่สนุกขนาดนี้” ก็ยินดีต้อนรับทอม แฮงก์ส เข้าสู่ทำเนียบนักเขียนมือดีแห่งยุคได้เลย อาจกล่าวไม่ได้ว่าหนังสือเล่มนี้ระทึกขวัญสั่นประสาท เศร้าถึงขั้นเรียกน้ำตา หรือโรแมนติกจนจิกหมอน แต่หนังสือเล่มนี้จะทำให้คุณรู้จักความเป็นมนุษย์ของตัวคุณเอง ความไม่เพอร์เฟ็กต์ […]

view more

เล่มนี้ที่รัก: เปิดใจ 4 Super abooker แฟนตัวจริงของอะบุ๊ก กับหนังสือที่ยกให้เป็นที่สุดในดวงใจ

เขียน: ซัลมา อินทรประชา และ วีรนาถ โชติพันธุ์ภาพ: นพดล เลิศเอกสิริ เกือบ 20 ปีที่ผ่านมา อะบุ๊กตีพิมพ์หนังสือมาแล้วกว่า 500 ปก ด้วยความเชื่อว่าหนังสือที่เรารักจะส่งต่อแรงบันดาลใจ ความสนุก ความรู้ ให้ผู้อ่านได้ อะบุ๊กผลิตหนังสือมาแล้วเกือบทุกแบบ เพราะเรามั่นใจว่าคงไม่มีใครไม่รักการอ่าน หากเขาได้เจอหนังสือสักเล่มที่สื่อสารกับใจเขาได้จริง ในงาน a book fair งานหนังสือประจำปีของอะบุ๊กครั้งล่าสุดนี้ เราได้คิดค้นเกมขึ้นมาเพื่อค้นหาสุดยอดแฟนหนังสือของเรา ชื่อว่าเกม Super abooker เป็นเกมที่ให้นักอ่านค้นหา 20 ชิ้นส่วนจากปกหนังสืออะบุ๊กในยุคต่างๆ เกมนี้ทีมอะบุ๊กเองยังยอมรับว่าไม่ง่ายเลย แต่ไม่น่าเชื่อว่าในงานครั้งนั้นจะมีแฟนอะบุ๊กตัวจริงที่บางคนถึงขั้นได้คะแนนเต็มแบบรับเกียรตินิยมเหรียญทองไปเลย และนี่คือ 4 ผู้ชนะซูเปอร์อะบุ๊กเกอร์ที่ได้คะแนนสูงสุดของแต่ละวัน เราชวนเขามาคุยถึงหนังสืออะบุ๊กในดวงใจ และต่อไปนี้คือหนังสือ 4 เล่มนั้น กับเหตุผลที่มันได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในดวงใจ แทน – ปองณัฐ เครือศรี บัณฑิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เล่มที่เลือก: Rocktopiaผู้เขียน: วิรัตน์ โตอารีย์มิตร “เล่มนี้ทำให้เราโตขึ้น ทำให้ปล่อยวางในสิ่งที่ควรปล่อย และไม่รีรอที่จะทำในสิ่งที่ควรทำ” […]

view more

หนุ่ม-โตมร ศุขปรีชา กับคลาสเรียนที่เปลี่ยนนักอยากเขียนให้เป็นนักเขียน

เขียน: ซัลมา อินทรประชาภาพ: กมลวัลท์ มงคลปัญญาพิสูจน์อักษร: เบญจพร หรูวรวิจิตร เหล่าวัยรุ่นต่างใช้ความฝันเป็นแสงส่องหาเส้นทางและตัวตนในชีวิตของตัวเอง และจะเป็นเช่นนั้นเพียงช่วงหนึ่งสั้นๆ ก่อนความจริงจะเปลี่ยนแปลงให้พวกเขาก้าวสู่การเติบโตและมองโลกสดใสน้อยลง  เช้าวันจันทร์ที่ฟ้าเปียกฝน พวกเราชาวจูเนียร์หลายสิบชีวิต รวมตัวกันในห้องบรรยายที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิทยากรที่เรารอคอยก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มขรึมๆ ตอนสิบโมงตรงตามเวลานัด อดรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้ที่เห็นพี่หนุ่ม-โตมร ศุขปรีชา ตัวเป็นๆ ผู้ผ่านมาทั้งงานเขียนบทความ หนังสือฟิกชั่น นอนฟิกชั่น งานแปล รวมถึงเป็นพิธีกรรายการโทรทัศน์ ยืนเตรียมอุปกรณ์อยู่ตรงหน้าเรา ว่าแต่…เขาจะดุไหมนะ พี่หนุ่มเปิดบทสนทนาด้วยความจริงในโลกของผู้ใหญ่ที่เราฟังแล้วหัวร้อน “รู้ไหมอาชีพนักเขียน สรรพากรถือว่าเป็นอาชีพที่ไม่มีต้นทุน” เราทุกคนงง “เวลานักเขียนเขียนงานออกมา หากไม่ได้เป็นคนจัดพิมพ์งานเอง สามารถยื่นขอลดหย่อนภาษีได้น้อยมาก หากเทียบกับอาชีพนักแสดง” แม้น้ำเสียงพี่หนุ่มจะนุ่มนวลและใช้ถ้อยคำติดตลก แต่เนื้อหานั้นฟังแล้วหดหู่ ผลงานที่ใช้ทั้งระยะเวลาในการสั่งสมข้อมูล กับประสบการณ์ของนักเขียน กลับไม่ถูกให้ค่า เพราะสังคมไทยนิยมเสพเรื่องราวที่ถ่ายทอดด้วยปาก มากกว่าจะอ่านจากงานเขียน และยังชอบเสพอารมณ์ความรู้สึก มากกว่าตรรกะและเหตุผล จึงไม่แปลกที่ประเทศนี้ นักแสดงหรือนักร้องจะรวยกว่านักเขียน  จากเรื่องเล่าข้างต้น พี่หนุ่มจบด้วยประโยคที่มืออาชีพมักใช้ถามเด็กหน้าใหม่ที่มีแต่ใจกับไฟฝันว่า “ฟังแล้วยังอยากเป็นนักเขียนอยู่มั้ย” ไม่ว่าการเป็นนักร้องนักแสดงจะรวยแค่ไหน แต่ตอนนี้นักเขียนมืออาชีพกำลังยืนอยู่ตรงหน้าเรา ถึงพี่หนุ่มจะออกปากว่านักเขียนรวยสู้นักแสดงไม่ได้ แต่จากผลงานมากมายก็ทำให้เรามั่นใจว่ามีบางอย่างที่ทำให้พี่หนุ่มยังรักในการเขียนอยู่ “การเขียนเป็นการตัดต่อความทรงจำ” พี่หนุ่มเปิดประเด็น ก่อนพาพวกเราไปสู่ทักษะแรกของการเป็นนักเขียนที่ดี โห…ขนลุก […]

view more