Home / article / Cover Story / “เถื่อน100” ต้องหรู และต้องดูเถื่อน! โจทย์ท้าทายนักออกแบบปก

“เถื่อน100” ต้องหรู และต้องดูเถื่อน! โจทย์ท้าทายนักออกแบบปก

a book Publishing

Oct 18, 2019

เพราะสเป็คหนังสือ “เถื่อน100” มีความพรีเมี่ยม ภาพสี่สีทั้งเล่ม ปกแข็ง และสองภาษา ทำให้ต้นทุนการผลิตต่อเล่มสูง ราคาขายจึงสูงกว่าเล่มอื่น นำมาซึ่งโจทย์ในการทำงานอันค่อนข้างย้อนแย้งของนักออกแบบปก พูดง่ายๆ คือต้องดูหรู แต่ก็ยังต้องดูเถื่อน ให้สมกับชื่อของมัน เราจึงชวนคุยกับ 29th Winter ผู้รับหน้าที่ออกแบบปกให้หนังสือของวรรณสิงห์มาสองเล่มแล้ว ตั้งแต่เถื่อนแปด จนถึงเถื่อน100 เล่มนี้

“กว่าจะได้ดราฟต์นี้ เราลองกันมาค่อนข้างเยอะค่ะ มีทั้งใช้รูปเดี่ยวๆ ใช้สี่รูปจากทั้งสี่บท วางหลายแบบมากจนมาลงตัวที่ไดเรกชั่นเดิม คือเป็นภาพคอลลาจ นำองค์ประกอบเล็กบ้างใหญ่บ้างของภาพในเล่มมาผสมกัน เรื่องราวในเถื่อนมันเยอะ เรารู้สึกว่าใช้รูปเดียวสื่อไม่ได้ แต่เล่มนี้ไม่เหมือนเล่มเถื่อนอื่นๆ ตรงที่แบ็กกราวดน์ไม่ได้เป็นสีสดปูเต็ม แต่แบ็กกราวดน์เป็นรูปภูเขา เราชอบรูปทรงของภูเขา รู้สึกว่ามันสื่อถึงการผจญภัยดี พอเรามาปรับให้เป็นโทนสีดำ ก็ทำให้ดูเถื่อนขึ้น

“แต่เนื่องจากเล่มนี้ราคาสูง ในฐานะนักออกแบบเราก็ต้องทำให้มันดูแพง ดูน่าเก็บสะสม ตอนแรกเลยตั้งใจให้ตรงชื่อ “เถื่อน100” เป็นตัวปั๊มทอง แต่พอมาคุยกันอีกที สีทองมันไม่เถื่อน ก็เลยเปลี่ยนเป็นสีอื่นแทน โดยเลี่ยงสีเก่าๆ ที่เคยใช้ ก็เลยกลายมาเป็นสีแดงนี้  ตัวอักษรของคำว่า “เถื่อน” ถ้าสังเกตก็จะเห็นว่าเราปรับใหม่ ไม่เหมือนจากเล่มก่อนๆ ด้วย เราพยายามให้มันมีเอกลักษณ์บางอย่างของตัวเอง ขณะเดียวกันก็ไม่ละทิ้งประวัติศาสตร์ที่เคยทำมา

            “พี่สิงห์ชอบเลยค่ะ เขามีคอมเมนต์แค่ว่าทำไมมีอูฐตั้งสองตัวบนปก ชอบเหรอ (หัวเราะ) ตัวเดียวดีไหม แล้วใส่อย่างอื่นแทน พี่สิงห์เป็นคนทำงานด้วยง่าย เขาค่อนข้างให้พื้นที่เราทำงาน และคอมเมนต์ของเขาก็เป็นประโยชน์ทุกครั้ง ปกที่เห็นนี้คือลดอูฐแล้วค่ะ (ยิ้ม)”

สั่งจองหนังสือ เถื่อน100 โดย วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล
ได้แล้วที่ https://godaypoets.com/product/pre-order-เถื่อน100h

ชวนน้ำใส ศุภวงศ์ ถอดรหัสดีไซน์ปก UNCOMMON TYPE พิมพ์ (ไม่) นิยม

ปกที่ดูเรียบง่ายนั้นไม่ได้ได้มาง่ายๆ ภาพที่มีรูปเงาหน้าทอม แฮงก์ส บนเครื่องพิมพ์ดีด มาจากการทำงานหนักของ น้ำใส ศุภวงศ์ เจ้าของผลงานปกเล่มนี้ ที่เจ้าตัวเองไม่เคยสัมผัสเครื่องพิมพ์ดีดมาเลยในชีวิต เราจึงชวนนักออกแบบไฟแรงคนนี้มาเล่าให้ฟังแบบจัดเต็มว่า กว่าจะออกมาเป็นปกหนังสือ ‘พิมพ์ (ไม่) นิยม’ ของทอม แฮงก์ส ที่ส่งไปให้ผู้เขียนพิจารณาครั้งเดียวผ่านปกนี้ ผ่านกระบวนการอะไรมาบ้าง ไอเดียเริ่มต้นของการออกแบบปกเล่มนี้คืออะไร ด้วยชื่อหนังสือกับเนื้อเรื่องที่มีเครื่องพิมพ์ดีดเป็นเหมือนตัวละครประกอบทุกบท บวกกับที่ทอม แฮงก์ส ก็เป็นคนคลั่งไคล้เครื่องพิมพ์ดีดมาก เลยคิดว่ายังไงภาพปกก็ต้องเกี่ยวข้องกับเครื่องพิมพ์ดีด เคยใช้เครื่องพิมพ์ดีดมาบ้างไหม ไม่เคยเลย ก็เลยไปเสิร์ชรูปเครื่องหลายๆ แบบ ไปดูรูปที่แยกชิ้นส่วนออกมา และยูทูบที่คนสอนใช้เครื่องพิมพ์ดีด ซึ่งมีคลิปหนึ่งของทอม แฮงก์ส ที่เขาสาธิตวิธีเปลี่ยนผ้าหมึกเครื่องพิมพ์ดีดด้วย แต่สุดท้ายพอเอามาใช้จริงก็ยังรู้สึกว่ายากอยู่ดี เพราะเราไม่มีเครื่องอยู่ที่บ้าน คนรอบตัวเราก็ไม่มีใครมี และรูปร่างหน้าตาเครื่องก็เยอะมาก เราจึงเลือกที่จะทำภาพให้เรียบง่ายที่สุด ไม่อยากให้คนมาจับผิดว่าคนนี้ไม่รู้จริงนี่นา (หัวเราะ) ก็เลยตัดทอนเยอะ แค่ดึงเอกลักษณ์ของเครื่องพิมพ์ดีดออกมา ก็เลยกลายมาเป็นรูปหน้าทอม แฮงก์ส บนเครื่องพิมพ์ดีด ความท้าทายผสมหนักใจคือเราอยากออกแบบเครื่องพิมพ์ดีดให้ออกมาแตกต่าง ถ้าจะออกแบบมาให้เป็นเครื่องพิมพ์ดีดอย่างเดียว มันแทบไม่มีอะไรให้เล่นแล้ว เราจึงคิดว่าจะใส่หน้าคน แล้วค่อยคิดว่าจะนำมาใช้ส่วนไหนให้ดูไม่ยัดเยียด พยายามทำให้เครื่องพิมพ์ดีดนี้มีจุดจดจำว่าออกแบบมาพิเศษสำหรับเรื่องนี้โดยเฉพาะ แต่ความคิดแรกยังไม่ได้คิดว่าเป็นหน้าทอม แฮงก์ส เพราะจากที่ได้อ่านเรารู้สึกว่าหนังสือเล่มนี้มันคือการเล่าชีวิตคนหลายคน แต่จุดเชื่อมอย่างหนึ่งของทุกบทคือมีเครื่องพิมพ์ดีดอยู่ร่วมด้วย เราจึงอยากให้มีซิลลูเอตหน้าคนอยู่กับเครื่องพิมพ์ดีด […]

view more

เล่มนี้ที่รัก: เปิดใจ 4 Super abooker แฟนตัวจริงของอะบุ๊ก กับหนังสือที่ยกให้เป็นที่สุดในดวงใจ

เขียน: ซัลมา อินทรประชา และ วีรนาถ โชติพันธุ์ภาพ: นพดล เลิศเอกสิริ เกือบ 20 ปีที่ผ่านมา อะบุ๊กตีพิมพ์หนังสือมาแล้วกว่า 500 ปก ด้วยความเชื่อว่าหนังสือที่เรารักจะส่งต่อแรงบันดาลใจ ความสนุก ความรู้ ให้ผู้อ่านได้ อะบุ๊กผลิตหนังสือมาแล้วเกือบทุกแบบ เพราะเรามั่นใจว่าคงไม่มีใครไม่รักการอ่าน หากเขาได้เจอหนังสือสักเล่มที่สื่อสารกับใจเขาได้จริง ในงาน a book fair งานหนังสือประจำปีของอะบุ๊กครั้งล่าสุดนี้ เราได้คิดค้นเกมขึ้นมาเพื่อค้นหาสุดยอดแฟนหนังสือของเรา ชื่อว่าเกม Super abooker เป็นเกมที่ให้นักอ่านค้นหา 20 ชิ้นส่วนจากปกหนังสืออะบุ๊กในยุคต่างๆ เกมนี้ทีมอะบุ๊กเองยังยอมรับว่าไม่ง่ายเลย แต่ไม่น่าเชื่อว่าในงานครั้งนั้นจะมีแฟนอะบุ๊กตัวจริงที่บางคนถึงขั้นได้คะแนนเต็มแบบรับเกียรตินิยมเหรียญทองไปเลย และนี่คือ 4 ผู้ชนะซูเปอร์อะบุ๊กเกอร์ที่ได้คะแนนสูงสุดของแต่ละวัน เราชวนเขามาคุยถึงหนังสืออะบุ๊กในดวงใจ และต่อไปนี้คือหนังสือ 4 เล่มนั้น กับเหตุผลที่มันได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในดวงใจ แทน – ปองณัฐ เครือศรี บัณฑิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เล่มที่เลือก: Rocktopiaผู้เขียน: วิรัตน์ โตอารีย์มิตร “เล่มนี้ทำให้เราโตขึ้น ทำให้ปล่อยวางในสิ่งที่ควรปล่อย และไม่รีรอที่จะทำในสิ่งที่ควรทำ” […]

view more

คุยกับ พีรพัฒน์ ตัณฑวณิช “ยุโรปมืด” แล้วเอเชียสว่างไหม

หลังจากเจ็ดปีในต่างแดน โดยเรียนปริญญาโทที่ญี่ปุ่นสองปี และต่อปริญญาเอกที่แคนาดาอีกห้าปี ตั๊บ-พีรพัฒน์ นักเศรษฐศาสตร์และนักเขียนเจ้าของผลงาน “ยุโรปมืด” กลับมาเมืองไทยพร้อมปริญญาเอกด้านเศรษฐศาสตร์การพัฒนา และปัจจุบันทำงานให้กับสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หลังจากเราตีพิมพ์ต้นฉบับของเขาจนเป็น Best Seller มานาน วันนี้อะบุ๊กเพิ่งได้พบหน้าค่าตากัน เราจึงชวนเขามาคุยกันสารพัดเรื่อง ทั้งการเมือง เศรษฐศาสตร์ และสงครามโลก ที่หลายคนอยากรู้ว่าจะเกิดขึ้นอีกไหมในชั่วชีวิตนี้ (แทบ) ทุกราชวงศ์เป็นลูกหนี้ชาวยิว ในหนังสือผมพูดถึงชาวยิวซึ่งเป็นชนชาติที่ถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองไปมากมาย และในขณะเดียวกัน รู้ไหมครับว่าตระกูลที่มั่งคั่งที่สุดก็ยังคงเป็น House of Rothschild ซึ่งคือยิวเหมือนกัน รวยมานาน และยังคงรวยอยู่ เป็นเจ้าของสถาบันการเงิน มีอิทธิพลทางการเงินสูงมากต่อโลก ราชวงศ์ไหนเปิดสงครามก่อน เขาก็จะไฟแนนซ์อีกฝั่งหนึ่ง พูดง่ายๆ คือทุกราชวงศ์เนี่ยเป็นลูกหนี้เขาหมดเลย ไม่ทำสงครามเพราะกลัวจน หลายคนเชื่อว่าที่เราไม่รบกันเพราะทุกประเทศคำนึงถึงเศรษฐกิจ ผลประโยชน์อาจเป็นแรงผลักดันที่ดีที่ทำให้เราเลี่ยงสงคราม อย่างอะลีบาบาก็ไม่อยากให้อเมริกาเกิดสงคราม เพราะอะลีบาบาก็เทรดอยู่ในตลาดนิวยอร์ก จริงอยู่ เมื่อก่อนนายทุนค้าอาวุธย่อมสนับสนุนให้เกิดสงคราม แต่ตอนนี้ถ้าเป็นสงครามสเกลใหญ่ ผมไม่มั่นใจว่ามันจะดีกับเขาหรือเปล่านะ เขาอาจจะอยากให้มีสเกลเล็กแล้วทุ่มไปกับรีเสิร์ช เพราะทุกวันนี้ เวลารบกันมันไม่ใช่ทหารราบรบกันแล้วครับ มันเป็นการรบด้วยรีเสิร์ชเสียเยอะ จริงๆ ผมไม่ค่อยรู้เรื่องพวกนี้นะครับ แต่ความเชื่อส่วนตัว ผมคิดว่าชั่วชีวิตผมไม่น่าจะได้เห็นสงครามสเกลใหญ่ขนาดนั้นอีกแล้ว แต่สงครามเล็ก ๆ น้อย […]

view more