Home / ady-2-gallery-1

ady-2-gallery-1

plai

Jan 23, 2019

หนุ่ม-โตมร ศุขปรีชา กับคลาสเรียนที่เปลี่ยนนักอยากเขียนให้เป็นนักเขียน

เขียน: ซัลมา อินทรประชาภาพ: กมลวัลท์ มงคลปัญญาพิสูจน์อักษร: เบญจพร หรูวรวิจิตร เหล่าวัยรุ่นต่างใช้ความฝันเป็นแสงส่องหาเส้นทางและตัวตนในชีวิตของตัวเอง และจะเป็นเช่นนั้นเพียงช่วงหนึ่งสั้นๆ ก่อนความจริงจะเปลี่ยนแปลงให้พวกเขาก้าวสู่การเติบโตและมองโลกสดใสน้อยลง  เช้าวันจันทร์ที่ฟ้าเปียกฝน พวกเราชาวจูเนียร์หลายสิบชีวิต รวมตัวกันในห้องบรรยายที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิทยากรที่เรารอคอยก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มขรึมๆ ตอนสิบโมงตรงตามเวลานัด อดรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้ที่เห็นพี่หนุ่ม-โตมร ศุขปรีชา ตัวเป็นๆ ผู้ผ่านมาทั้งงานเขียนบทความ หนังสือฟิกชั่น นอนฟิกชั่น งานแปล รวมถึงเป็นพิธีกรรายการโทรทัศน์ ยืนเตรียมอุปกรณ์อยู่ตรงหน้าเรา ว่าแต่…เขาจะดุไหมนะ พี่หนุ่มเปิดบทสนทนาด้วยความจริงในโลกของผู้ใหญ่ที่เราฟังแล้วหัวร้อน “รู้ไหมอาชีพนักเขียน สรรพากรถือว่าเป็นอาชีพที่ไม่มีต้นทุน” เราทุกคนงง “เวลานักเขียนเขียนงานออกมา หากไม่ได้เป็นคนจัดพิมพ์งานเอง สามารถยื่นขอลดหย่อนภาษีได้น้อยมาก หากเทียบกับอาชีพนักแสดง” แม้น้ำเสียงพี่หนุ่มจะนุ่มนวลและใช้ถ้อยคำติดตลก แต่เนื้อหานั้นฟังแล้วหดหู่ ผลงานที่ใช้ทั้งระยะเวลาในการสั่งสมข้อมูล กับประสบการณ์ของนักเขียน กลับไม่ถูกให้ค่า เพราะสังคมไทยนิยมเสพเรื่องราวที่ถ่ายทอดด้วยปาก มากกว่าจะอ่านจากงานเขียน และยังชอบเสพอารมณ์ความรู้สึก มากกว่าตรรกะและเหตุผล จึงไม่แปลกที่ประเทศนี้ นักแสดงหรือนักร้องจะรวยกว่านักเขียน  จากเรื่องเล่าข้างต้น พี่หนุ่มจบด้วยประโยคที่มืออาชีพมักใช้ถามเด็กหน้าใหม่ที่มีแต่ใจกับไฟฝันว่า “ฟังแล้วยังอยากเป็นนักเขียนอยู่มั้ย” ไม่ว่าการเป็นนักร้องนักแสดงจะรวยแค่ไหน แต่ตอนนี้นักเขียนมืออาชีพกำลังยืนอยู่ตรงหน้าเรา ถึงพี่หนุ่มจะออกปากว่านักเขียนรวยสู้นักแสดงไม่ได้ แต่จากผลงานมากมายก็ทำให้เรามั่นใจว่ามีบางอย่างที่ทำให้พี่หนุ่มยังรักในการเขียนอยู่ “การเขียนเป็นการตัดต่อความทรงจำ” พี่หนุ่มเปิดประเด็น ก่อนพาพวกเราไปสู่ทักษะแรกของการเป็นนักเขียนที่ดี โห…ขนลุก […]

view more

สานเส้นเป็นกระต่ายในร้านหนังสือ ‘London Book Sanctuary’

เขียน: นพดล เลิศเอกสิริพิสูจน์อักษร: เบญจพร หรูวรวิจิตร นาทีที่ได้เห็นภาพปกหนังสือ London Book Sanctuary สิ่งหนึ่งที่ดึงความสนใจเป็นอย่างมาก ก็คือเจ้ากระต่ายยักษ์สีขาวที่แอบซ่อนอยู่ในร้านหนังสือ มันแฝงความหมายอะไรหรือเปล่านะ แล้วมือของใครกันที่เปิดม่านไปเจอร้านหนังสือ ชวนให้คนต้องพลิกดูทั้งสองด้าน ก่อนจะเห็นว่าเจ้าของมือนั้นคือเด็กหญิงชุดฟ้าที่ดูเหมือนอลิซในแดนมหัศจรรย์ ชวนให้จินตนาการได้ว่าร้านหนังสือนี้คงมหัศจรรย์เหมือนโพรงกระต่ายของอลิซ การใช้ภาพที่ทรงพลังเพียงภาพเดียวหุ้มหนังสือทั้งเล่มในฐานะปกหน้าและปกหลัง และสร้างมิติน่าสนใจให้หนังสือได้ เป็นไอเดียไม่ธรรมดาของ กนิฐปัญณีย์ นิ่มศรีทอง หรือเอิง อาร์ตได-เร็กเตอร์ของสำนักพิมพ์อะบุ๊ก ส่วนฝีมือการวาดที่สวยคลาสสิกและแสนมีเสน่ห์นั้นเป็นของ ปีติชา คงฤทธิ์ หรือ ‘ฟาน.ปีติ’ ผู้ที่เป็นทั้งคนเขียนและคนวาด เล่าเบื้องหลังของปกหนังสือเล่มนี้ให้ฟังหน่อย   เอิง: เราเห็นว่าฟานวาดภาพประกอบหนึ่งในเล่มเป็นรูปเด็กผู้หญิงเปิดม่าน แล้วเจอร้านหนังสือที่ซ่อนอยู่ในนั้น เราว่ามันเป็นกิมมิกที่น่ารักดี และแตกต่างจากปกส่วนใหญ่ที่เคยเห็นที่มักจะเป็นรูปแลนด์สเคปกว้างๆ ของร้านหนังสือจริง เราก็เลยคุยกับฟานว่า น่าจะขยายมาเป็นปกของเล่ม แล้วฟานก็ชอบ ฟาน: ตัวหน้าปกพัฒนามาจากภาพประกอบด้านในที่เราวาดสำหรับร้านชื่อว่า Marchpane ค่ะ ร้านนี้เด่นเรื่อง Alice in Wonderland เพราะมีขายหนังสือเรื่องนี้หลายเวอร์ชัน และรูปนี้ก็ได้แรงบันดาลใจมาจากภาพหนึ่งในนิทานเรื่องนั้น เป็นภาพอลิซแหวกม่านไปเจอประตูเล็กๆ แล้วกำลังใช้กุญแจไขเข้าไปในแดนมหัศจรรย์ โดยเราปรับจากประตูเป็นร้านหนังสือ ส่วนเด็กผู้หญิงก็เปลี่ยนเป็นตัวเราที่ตามกระต่าย เข้าไปในร้านหนังสือแทนที่จะเป็นโพรง […]

view more

ภาพถ่ายและตัวอักษรที่สะท้อนตัวตนของ ADDCANDID ในปกหนังสือ ‘A(dd)-perture’

พีรพัฒน์ วิมลรังครัตน์ หรือ ADDCANDID ช่างภาพมากฝีมือระดับ Leica Thailand Ambassador ได้มาออกหนังสือที่เล่าเรื่องราวหลังเลนส์กล้องของเขา เขาถ่ายทอดมันออกมาด้วยสำนวนภาษาขี้เล่นและอารมณ์ดี โดยมีภาพถ่ายที่สวยและจับจังหวะอย่างเฉียบคมของเขาเป็นส่วนประกอบ สองสิ่งนี้กลายเป็นแรงบันดาลใจเบื้องหลังการออกแบบปกของ ’29thwinter’ ที่ตีความทั้งสองอย่างออกมาในรูปแบบของเธอ “ปกเล่มนี้เริ่มจากการเลือกรูปกันในกอง โดยมีโจทย์ว่าต้องเป็นรูปที่แสดงถึงสไตล์การถ่ายรูปของผู้เขียนอย่างชัดเจน เราจึงพยายามเลือกรูปที่ให้ความรู้สึกของการถูก snap และมีความ candid ในแบบของเขา การเลือกรูปที่ใช่นั้นค่อนข้างยาก เพราะรูปถ่ายของเขาสวยหมดทุกรูปเลย แต่เซตภาพที่เราชอบมากที่สุดคือเซต ‘ปารีส’ โดยเฉพาะรูป ‘the kiss’ ที่สำหรับเรามันยังเป็นรูปที่ใช่เสมอ แม้ว่ามันจะเคยใช้เป็นปก photobook ของเขาไปแล้วก็ตาม  การเลือกใช้ฟอนต์ต่างกันในชื่อหนังสือบนปก เพราะเราอยากให้มีลูกเล่นที่สื่อถึงคาแรคเตอร์ความเป็นกันเองของผู้เขียน ซึ่งสอดคล้องกับเนื้อหาสนุกๆ ด้านในเล่ม การวางชื่อพาดตรงกลางเป็นความตั้งใจให้ตัววงเล็บคาดตรงปากของทั้งสองคนพอดี เพื่อให้ภาพดูน่าค้นหามากยิ่งขึ้นจากการที่เราได้ปิดบังบางส่วนไป เมื่อเราได้รูปกับฟอนต์ที่พอดีแล้ว องค์ประกอบอื่นๆ และสีที่เลือกจึงใช้เท่าที่จำเป็น ด้วยแนวคิดที่อยากให้มันออกมาแบบ minimal แต่ดูโดดเด่นไม่จืดชืด” สั่งซื้อหนังสือ ‘A(dd)-perture’ โดย ADDCANDID ได้แล้วที่ https://godaypoets.com/product/add-perture/

view more