Home / ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา_cover

ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา_cover

Win Suphannakul

Apr 25, 2019

“เถื่อน100” ต้องหรู และต้องดูเถื่อน! โจทย์ท้าทายนักออกแบบปก

เพราะสเป็คหนังสือ “เถื่อน100” มีความพรีเมี่ยม ภาพสี่สีทั้งเล่ม ปกแข็ง และสองภาษา ทำให้ต้นทุนการผลิตต่อเล่มสูง ราคาขายจึงสูงกว่าเล่มอื่น นำมาซึ่งโจทย์ในการทำงานอันค่อนข้างย้อนแย้งของนักออกแบบปก พูดง่ายๆ คือต้องดูหรู แต่ก็ยังต้องดูเถื่อน ให้สมกับชื่อของมัน เราจึงชวนคุยกับ 29th Winter ผู้รับหน้าที่ออกแบบปกให้หนังสือของวรรณสิงห์มาสองเล่มแล้ว ตั้งแต่เถื่อนแปด จนถึงเถื่อน100 เล่มนี้ “กว่าจะได้ดราฟต์นี้ เราลองกันมาค่อนข้างเยอะค่ะ มีทั้งใช้รูปเดี่ยวๆ ใช้สี่รูปจากทั้งสี่บท วางหลายแบบมากจนมาลงตัวที่ไดเรกชั่นเดิม คือเป็นภาพคอลลาจ นำองค์ประกอบเล็กบ้างใหญ่บ้างของภาพในเล่มมาผสมกัน เรื่องราวในเถื่อนมันเยอะ เรารู้สึกว่าใช้รูปเดียวสื่อไม่ได้ แต่เล่มนี้ไม่เหมือนเล่มเถื่อนอื่นๆ ตรงที่แบ็กกราวดน์ไม่ได้เป็นสีสดปูเต็ม แต่แบ็กกราวดน์เป็นรูปภูเขา เราชอบรูปทรงของภูเขา รู้สึกว่ามันสื่อถึงการผจญภัยดี พอเรามาปรับให้เป็นโทนสีดำ ก็ทำให้ดูเถื่อนขึ้น “แต่เนื่องจากเล่มนี้ราคาสูง ในฐานะนักออกแบบเราก็ต้องทำให้มันดูแพง ดูน่าเก็บสะสม ตอนแรกเลยตั้งใจให้ตรงชื่อ “เถื่อน100” เป็นตัวปั๊มทอง แต่พอมาคุยกันอีกที สีทองมันไม่เถื่อน ก็เลยเปลี่ยนเป็นสีอื่นแทน โดยเลี่ยงสีเก่าๆ ที่เคยใช้ ก็เลยกลายมาเป็นสีแดงนี้  ตัวอักษรของคำว่า “เถื่อน” ถ้าสังเกตก็จะเห็นว่าเราปรับใหม่ ไม่เหมือนจากเล่มก่อนๆ ด้วย เราพยายามให้มันมีเอกลักษณ์บางอย่างของตัวเอง ขณะเดียวกันก็ไม่ละทิ้งประวัติศาสตร์ที่เคยทำมา […]

view more

Postcards from London และการเติบโตของฟาน.ปีติ ผ่านสายตาของโอ๊ต-มณเฑียร

สัมภาษณ์และภาพ: นพดล เลิศเอกสิริ ลองนึกย้อนกลับไปในวันที่โลกของเรายังไม่มีเทคโนโลยี 4G 5G การจะส่งความคิดถึงหาใครสักคน หรือบ่นระบายอะไรสักอย่าง เราต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างมาก ไม่มีรูปโปรไฟล์ให้เห็น ไม่มีไลน์ให้ส่ง ต้องนึกหน้าใครคนนั้นในใจ แล้วเขียนโปสต์การ์ด หรือจดหมายไปหา ข้อความเหล่านั้นใช้เวลาเดินทางไปถึงผู้รับเนิ่นนานกว่าสมัยนี้มาก แต่น่าแปลกที่ความรู้สึกบนแผ่นกระดาษกลับยังคงเด่นชัด ผ่านไปกว่าร้อยปี เทคโนโลยีเข้ามาแทนที่การเขียนจดหมาย แต่กระนั้นการส่งโปสต์การ์ดก็ยังไม่สูญหายไปจากสังคม กลายเป็นของมีค่าน่าสะสมด้วยซ้ำ คล้ายว่าคุณค่าบางอย่างไม่เคยเลือนหาย เช่นเดียวกับพี่น้องคนสนิทคู่นี้ เมื่อรู้ว่าศิษย์น้องอย่าง ฟาน-ปีติชา จะไปเรียนต่อปริญญาโทที่อังกฤษ โอ๊ต-มณเฑียร ศิษย์พี่ผู้เคยโลดแล่นอยู่ในลอนดอนกว่าหกปี จึงทิ้งโจทย์ไว้ว่า เธอต้องส่งโปสต์การ์ดกลับมาให้เดือนละใบ เป็นสัญญาใจของพวกเขาสองคน ก่อนใบที่หนึ่ง การพบกันครั้งแรก  ฟาน: ตอนนั้นฟานเห็นพี่ก้อง-ทรงกลด กำลังอ่านต้นฉบับ London Scene ของพี่โอ๊ตอยู่ ก็เลยบอกแกไปว่า เฮ้ย คนนี้น่าสัมภาษณ์มาลงคอลัมน์นะคะพี่ พี่ก้องก็สนับสนุน ซึ่งจริงๆ ฟานแอบมี Hidden Agenda ว่า ตอนไปสัมภาษณ์พี่โอ๊ต จะขอปรึกษาเรื่องการเรียนต่ออังกฤษ (ยิ้ม) โอ๊ต: แวบแรกที่เจอฟานคือคิดถึงตัวเองสมัยก่อน เรามองเห็นทั้งความเป็นนักวาดภาพประกอบ แล้วก็นักเขียน ที่ต้องทำการบ้าน […]

view more

East side story เมื่อยุโรปมืด – ตะวันออกหม่น

อาจกล่าวได้ว่าหนังสือ ‘ยุโรปมืด’ (https://godaypoets.com/product/the-sun-still-shines/) ของ ‘พีรพัฒน์ ตัณฑวณิช’ คือหนังสือที่นำเสนอเรื่องราวทางประวัติศาสตร์โดยเล่าเรื่องผ่านสถานที่ มากกว่าการเป็นหนังสือท่องเที่ยวที่แทรกเกร็ดประวัติศาสตร์ ตลอดทั้งเล่มพีรพัฒน์พาคุณเหยียบย่ำไปบนอนุสรณ์สถานแห่งความโหดร้าย เพื่อเสาะแสวงหาร่องรอยของเหตุการณ์ต่างๆ ที่เคยเกิดขึ้นในยุโรปตะวันออกช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ก่อนจะย้อนกลับไปพินิจเรื่องราวเบื้องหลังคราบเหล่านั้นเพื่อเรียนรู้และจดจำถึงช่วงเวลาที่ความมืดมนปกคลุมไปทั่วดินแดน มืดมนทั้งในแง่ของสภาพชีวิต และมืดมนกินลึกถึงข้างในจิตใจ ชื่อเรียกกันว่า ‘สงครามโลก’ แน่นอนว่าผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงในยุโรปตะวันออกเท่านั้น หากแต่แผ่กระจายไปทั่วไม่ต่างจากการอุบัติตัวของโรคระบาด และเดินทางสร้างรอยแผลให้กับผู้คนอย่างไม่จำกัดบริเวณ ที่แห่งหนึ่งซึ่งประสบกับภาวะมืดมิดจากภัยสงครามคือ ‘เอเชีย’ ซึ่งหากมองย้อนไปแล้วก็พบว่าดินแดนแห่งนี้ต้องเผชิญความโหดร้ายไม่ด้อยไปกว่าพื้นที่อื่น และนี่คือ 4 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับดินแดนฝั่งตะวันออก หรือเกี่ยวข้องกับความเป็น ‘เอเชีย’ ในช่วงเวลามหาสงคราม บางเหตุการณ์อาจถูกหลงลืมไป บางเหตุการณ์อาจจงใจให้ถูกลืม แต่ทั้งหมดต่างสะท้อนให้เห็นภาพเดียวกันว่า สงครามไม่เพียงเผยความกระหายในอำนาจอันไม่รู้จบของมนุษย์ แต่ยังเปลื้องให้เห็นความโหดเหี้ยมที่ซ่อนอยู่เบื้องลึกในจิตใจของคน ดังจะเห็นได้จากทั้ง 4 เหตุการณ์นี้ เหตุการณ์ Yellow river flooding – เมื่อจีนสละชีวิตประชาชนของตนเองเพื่อตนเอง มักมีคำกล่าวที่ว่า ‘ไม่มีสงครามใด ชนะได้หากไร้ผู้เสียสละ’ หากแต่คำถามสำคัญคือ เราจะคัดเลือกผู้เหมาะสมสำหรับการสละตนเป็นชาติพลีอย่างไร? เหตุการณ์ Yellow River flooding เกิดขึ้นให้หลังไม่ถึงหนึ่งปีของเหตุการณ์ ‘โศกนาฏกรรมที่นานกิง (Nanjing […]

view more