Home / eu-gallery-6

eu-gallery-6

plai

Jan 23, 2019

“เถื่อน100” ต้องหรู และต้องดูเถื่อน! โจทย์ท้าทายนักออกแบบปก

เพราะสเป็คหนังสือ “เถื่อน100” มีความพรีเมี่ยม ภาพสี่สีทั้งเล่ม ปกแข็ง และสองภาษา ทำให้ต้นทุนการผลิตต่อเล่มสูง ราคาขายจึงสูงกว่าเล่มอื่น นำมาซึ่งโจทย์ในการทำงานอันค่อนข้างย้อนแย้งของนักออกแบบปก พูดง่ายๆ คือต้องดูหรู แต่ก็ยังต้องดูเถื่อน ให้สมกับชื่อของมัน เราจึงชวนคุยกับ 29th Winter ผู้รับหน้าที่ออกแบบปกให้หนังสือของวรรณสิงห์มาสองเล่มแล้ว ตั้งแต่เถื่อนแปด จนถึงเถื่อน100 เล่มนี้ “กว่าจะได้ดราฟต์นี้ เราลองกันมาค่อนข้างเยอะค่ะ มีทั้งใช้รูปเดี่ยวๆ ใช้สี่รูปจากทั้งสี่บท วางหลายแบบมากจนมาลงตัวที่ไดเรกชั่นเดิม คือเป็นภาพคอลลาจ นำองค์ประกอบเล็กบ้างใหญ่บ้างของภาพในเล่มมาผสมกัน เรื่องราวในเถื่อนมันเยอะ เรารู้สึกว่าใช้รูปเดียวสื่อไม่ได้ แต่เล่มนี้ไม่เหมือนเล่มเถื่อนอื่นๆ ตรงที่แบ็กกราวดน์ไม่ได้เป็นสีสดปูเต็ม แต่แบ็กกราวดน์เป็นรูปภูเขา เราชอบรูปทรงของภูเขา รู้สึกว่ามันสื่อถึงการผจญภัยดี พอเรามาปรับให้เป็นโทนสีดำ ก็ทำให้ดูเถื่อนขึ้น “แต่เนื่องจากเล่มนี้ราคาสูง ในฐานะนักออกแบบเราก็ต้องทำให้มันดูแพง ดูน่าเก็บสะสม ตอนแรกเลยตั้งใจให้ตรงชื่อ “เถื่อน100” เป็นตัวปั๊มทอง แต่พอมาคุยกันอีกที สีทองมันไม่เถื่อน ก็เลยเปลี่ยนเป็นสีอื่นแทน โดยเลี่ยงสีเก่าๆ ที่เคยใช้ ก็เลยกลายมาเป็นสีแดงนี้  ตัวอักษรของคำว่า “เถื่อน” ถ้าสังเกตก็จะเห็นว่าเราปรับใหม่ ไม่เหมือนจากเล่มก่อนๆ ด้วย เราพยายามให้มันมีเอกลักษณ์บางอย่างของตัวเอง ขณะเดียวกันก็ไม่ละทิ้งประวัติศาสตร์ที่เคยทำมา […]

view more

เรียนรู้ Visual Thinking ฉบับ Wrongdesign

เขียน: ซัลมา อินทรประชาภาพกราฟิก: กมลวัลท์ มงคลปัญญาพิสูจน์อักษร: เบญจพร หรูวรวิจิตร กรมัยพล สิริมงคลรุจิกุล หรือที่ในวงการกราฟิกดีไซน์รู้จักกันดีในชื่อของ พี่เบิ้ม – Wrongdesign อยู่เบื้องหลังการออกแบบปกหนังสือหลากหลายแนวตั้งแต่นิยายไทย วรรณกรรมแปล ไปจนถึงสารคดีประวัติศาสตร์ มาเป็นเวลากว่า 15 ปีแล้ว พี่เบิ้มไม่ได้จบด้านการออกแบบโดยตรง แต่เมื่อเรียนจบแล้วต้องการให้พอร์ตโฟลิโอตัวเองแตกต่างจากที่เห็นได้ทั่วไป จึงไปลงคอร์สเรียนคอมพิวเตอร์ นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของการก้าวเข้าสู่เส้นทางนักออกแบบมืออาชีพ ซึ่งได้มาจากการเพียรเรียนรู้ด้วยตัวเองและประสบการณ์ที่ได้ทำงานร่วมกับคนมามากมาย วันนี้พี่เบิ้มได้ส่งต่อวิชาให้กับเราโดยย่อยกระบวนการการออกแบบภาพจำให้กับตัวอักษรออกมาเป็นหัวข้อต่างๆ ดังนี้ ความรู้มาก่อน ความสวยงามมาทีหลัง  “ปัญหาของคนทำงานออกแบบ เมื่อมาถึงส่วนที่ต้องจบงานร่วมกันกับคนหลายๆ คน มักจะหาข้อสรุปในชิ้นงานไม่ได้ เพราะใช้ความรู้สึกในการตัดสิน” เป็นเพราะความชอบของแต่ละคนเกิดจากประสบการณ์ส่วนตัวที่ไม่มีถูกหรือผิด จึงไม่แปลกที่แต่ละคนจะเห็นสิ่งต่างๆ สวยงามไม่เท่ากัน ดังนั้นทางออกของปัญหาที่ว่า คือการใช้ความรู้เฉพาะทางในวิชาชีพมาเป็นตัวช่วยในการตัดสิน ในฐานะคนออกแบบหน้าปกหนังสือ พี่เบิ้มจึงให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ในด้านเทคนิคและความเข้าใจในวิธีการพิมพ์งานเพื่อให้ได้ชิ้นงานที่ใกล้เคียงมากที่สุดกับภาพต้นฉบับซึ่งเกิดขึ้นในคอมพิวเตอร์ อย่างเช่นสีของภาพที่เห็นในจอคอมพิวเตอร์กับสีที่พิมพ์งานออกมามักจะแตกต่างกันเสมอ นั่นเป็นเพราะระบบสีที่ใช้ในคอมพิวเตอร์คือ RGB และระบบสีที่ใช้ในการพิมพ์คือ CMYK หรือแม้แต่สีดำเองก็มีความแตกต่างเช่นกัน ขึ้นอยู่กับเม็ดสีในการสั่งพิมพ์ และคนที่เข้าใจระบบการพิมพ์งานจริงๆ ถึงจะรู้ว่าควรสั่งพิมพ์ออกมาอย่างไรให้ใกล้เคียงกับสีดำที่ต้องการมากที่สุด หากความรู้ในเทคนิคและวิชาชีพเปิดกว้างมากเท่าไหร่ ก็จะลดข้อจำกัดในการสร้างสรรค์ได้มากเท่านั้น เข้าใจความหมายที่แท้จริงของคำ  “ยิ่งคุณทำงานเกี่ยวกับภาพมากเท่าไหร่ คุณต้องย้อนกลับไปที่ตัวคำมากเท่านั้น” คำและภาษาจะช่วยจัดระบบความคิดในสมองแล้วค่อยเปลี่ยนเป็นภาพ […]

view more

Postcards from London และการเติบโตของฟาน.ปีติ ผ่านสายตาของโอ๊ต-มณเฑียร

สัมภาษณ์และภาพ: นพดล เลิศเอกสิริ ลองนึกย้อนกลับไปในวันที่โลกของเรายังไม่มีเทคโนโลยี 4G 5G การจะส่งความคิดถึงหาใครสักคน หรือบ่นระบายอะไรสักอย่าง เราต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างมาก ไม่มีรูปโปรไฟล์ให้เห็น ไม่มีไลน์ให้ส่ง ต้องนึกหน้าใครคนนั้นในใจ แล้วเขียนโปสต์การ์ด หรือจดหมายไปหา ข้อความเหล่านั้นใช้เวลาเดินทางไปถึงผู้รับเนิ่นนานกว่าสมัยนี้มาก แต่น่าแปลกที่ความรู้สึกบนแผ่นกระดาษกลับยังคงเด่นชัด ผ่านไปกว่าร้อยปี เทคโนโลยีเข้ามาแทนที่การเขียนจดหมาย แต่กระนั้นการส่งโปสต์การ์ดก็ยังไม่สูญหายไปจากสังคม กลายเป็นของมีค่าน่าสะสมด้วยซ้ำ คล้ายว่าคุณค่าบางอย่างไม่เคยเลือนหาย เช่นเดียวกับพี่น้องคนสนิทคู่นี้ เมื่อรู้ว่าศิษย์น้องอย่าง ฟาน-ปีติชา จะไปเรียนต่อปริญญาโทที่อังกฤษ โอ๊ต-มณเฑียร ศิษย์พี่ผู้เคยโลดแล่นอยู่ในลอนดอนกว่าหกปี จึงทิ้งโจทย์ไว้ว่า เธอต้องส่งโปสต์การ์ดกลับมาให้เดือนละใบ เป็นสัญญาใจของพวกเขาสองคน ก่อนใบที่หนึ่ง การพบกันครั้งแรก  ฟาน: ตอนนั้นฟานเห็นพี่ก้อง-ทรงกลด กำลังอ่านต้นฉบับ London Scene ของพี่โอ๊ตอยู่ ก็เลยบอกแกไปว่า เฮ้ย คนนี้น่าสัมภาษณ์มาลงคอลัมน์นะคะพี่ พี่ก้องก็สนับสนุน ซึ่งจริงๆ ฟานแอบมี Hidden Agenda ว่า ตอนไปสัมภาษณ์พี่โอ๊ต จะขอปรึกษาเรื่องการเรียนต่ออังกฤษ (ยิ้ม) โอ๊ต: แวบแรกที่เจอฟานคือคิดถึงตัวเองสมัยก่อน เรามองเห็นทั้งความเป็นนักวาดภาพประกอบ แล้วก็นักเขียน ที่ต้องทำการบ้าน […]

view more