Home / LOVESUDSWISS_Front-01

LOVESUDSWISS_Front-01

godaypoets

Mar 21, 2019

East side story เมื่อยุโรปมืด – ตะวันออกหม่น

อาจกล่าวได้ว่าหนังสือ ‘ยุโรปมืด’ (https://godaypoets.com/product/the-sun-still-shines/) ของ ‘พีรพัฒน์ ตัณฑวณิช’ คือหนังสือที่นำเสนอเรื่องราวทางประวัติศาสตร์โดยเล่าเรื่องผ่านสถานที่ มากกว่าการเป็นหนังสือท่องเที่ยวที่แทรกเกร็ดประวัติศาสตร์ ตลอดทั้งเล่มพีรพัฒน์พาคุณเหยียบย่ำไปบนอนุสรณ์สถานแห่งความโหดร้าย เพื่อเสาะแสวงหาร่องรอยของเหตุการณ์ต่างๆ ที่เคยเกิดขึ้นในยุโรปตะวันออกช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ก่อนจะย้อนกลับไปพินิจเรื่องราวเบื้องหลังคราบเหล่านั้นเพื่อเรียนรู้และจดจำถึงช่วงเวลาที่ความมืดมนปกคลุมไปทั่วดินแดน มืดมนทั้งในแง่ของสภาพชีวิต และมืดมนกินลึกถึงข้างในจิตใจ ชื่อเรียกกันว่า ‘สงครามโลก’ แน่นอนว่าผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงในยุโรปตะวันออกเท่านั้น หากแต่แผ่กระจายไปทั่วไม่ต่างจากการอุบัติตัวของโรคระบาด และเดินทางสร้างรอยแผลให้กับผู้คนอย่างไม่จำกัดบริเวณ ที่แห่งหนึ่งซึ่งประสบกับภาวะมืดมิดจากภัยสงครามคือ ‘เอเชีย’ ซึ่งหากมองย้อนไปแล้วก็พบว่าดินแดนแห่งนี้ต้องเผชิญความโหดร้ายไม่ด้อยไปกว่าพื้นที่อื่น และนี่คือ 4 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับดินแดนฝั่งตะวันออก หรือเกี่ยวข้องกับความเป็น ‘เอเชีย’ ในช่วงเวลามหาสงคราม บางเหตุการณ์อาจถูกหลงลืมไป บางเหตุการณ์อาจจงใจให้ถูกลืม แต่ทั้งหมดต่างสะท้อนให้เห็นภาพเดียวกันว่า สงครามไม่เพียงเผยความกระหายในอำนาจอันไม่รู้จบของมนุษย์ แต่ยังเปลื้องให้เห็นความโหดเหี้ยมที่ซ่อนอยู่เบื้องลึกในจิตใจของคน ดังจะเห็นได้จากทั้ง 4 เหตุการณ์นี้ เหตุการณ์ Yellow river flooding – เมื่อจีนสละชีวิตประชาชนของตนเองเพื่อตนเอง มักมีคำกล่าวที่ว่า ‘ไม่มีสงครามใด ชนะได้หากไร้ผู้เสียสละ’ หากแต่คำถามสำคัญคือ เราจะคัดเลือกผู้เหมาะสมสำหรับการสละตนเป็นชาติพลีอย่างไร? เหตุการณ์ Yellow River flooding เกิดขึ้นให้หลังไม่ถึงหนึ่งปีของเหตุการณ์ ‘โศกนาฏกรรมที่นานกิง (Nanjing […]

view more

หนุ่ม-โตมร ศุขปรีชา กับคลาสเรียนที่เปลี่ยนนักอยากเขียนให้เป็นนักเขียน

เขียน: ซัลมา อินทรประชาภาพ: กมลวัลท์ มงคลปัญญาพิสูจน์อักษร: เบญจพร หรูวรวิจิตร เหล่าวัยรุ่นต่างใช้ความฝันเป็นแสงส่องหาเส้นทางและตัวตนในชีวิตของตัวเอง และจะเป็นเช่นนั้นเพียงช่วงหนึ่งสั้นๆ ก่อนความจริงจะเปลี่ยนแปลงให้พวกเขาก้าวสู่การเติบโตและมองโลกสดใสน้อยลง  เช้าวันจันทร์ที่ฟ้าเปียกฝน พวกเราชาวจูเนียร์หลายสิบชีวิต รวมตัวกันในห้องบรรยายที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิทยากรที่เรารอคอยก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มขรึมๆ ตอนสิบโมงตรงตามเวลานัด อดรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้ที่เห็นพี่หนุ่ม-โตมร ศุขปรีชา ตัวเป็นๆ ผู้ผ่านมาทั้งงานเขียนบทความ หนังสือฟิกชั่น นอนฟิกชั่น งานแปล รวมถึงเป็นพิธีกรรายการโทรทัศน์ ยืนเตรียมอุปกรณ์อยู่ตรงหน้าเรา ว่าแต่…เขาจะดุไหมนะ พี่หนุ่มเปิดบทสนทนาด้วยความจริงในโลกของผู้ใหญ่ที่เราฟังแล้วหัวร้อน “รู้ไหมอาชีพนักเขียน สรรพากรถือว่าเป็นอาชีพที่ไม่มีต้นทุน” เราทุกคนงง “เวลานักเขียนเขียนงานออกมา หากไม่ได้เป็นคนจัดพิมพ์งานเอง สามารถยื่นขอลดหย่อนภาษีได้น้อยมาก หากเทียบกับอาชีพนักแสดง” แม้น้ำเสียงพี่หนุ่มจะนุ่มนวลและใช้ถ้อยคำติดตลก แต่เนื้อหานั้นฟังแล้วหดหู่ ผลงานที่ใช้ทั้งระยะเวลาในการสั่งสมข้อมูล กับประสบการณ์ของนักเขียน กลับไม่ถูกให้ค่า เพราะสังคมไทยนิยมเสพเรื่องราวที่ถ่ายทอดด้วยปาก มากกว่าจะอ่านจากงานเขียน และยังชอบเสพอารมณ์ความรู้สึก มากกว่าตรรกะและเหตุผล จึงไม่แปลกที่ประเทศนี้ นักแสดงหรือนักร้องจะรวยกว่านักเขียน  จากเรื่องเล่าข้างต้น พี่หนุ่มจบด้วยประโยคที่มืออาชีพมักใช้ถามเด็กหน้าใหม่ที่มีแต่ใจกับไฟฝันว่า “ฟังแล้วยังอยากเป็นนักเขียนอยู่มั้ย” ไม่ว่าการเป็นนักร้องนักแสดงจะรวยแค่ไหน แต่ตอนนี้นักเขียนมืออาชีพกำลังยืนอยู่ตรงหน้าเรา ถึงพี่หนุ่มจะออกปากว่านักเขียนรวยสู้นักแสดงไม่ได้ แต่จากผลงานมากมายก็ทำให้เรามั่นใจว่ามีบางอย่างที่ทำให้พี่หนุ่มยังรักในการเขียนอยู่ “การเขียนเป็นการตัดต่อความทรงจำ” พี่หนุ่มเปิดประเด็น ก่อนพาพวกเราไปสู่ทักษะแรกของการเป็นนักเขียนที่ดี โห…ขนลุก […]

view more

ภาพถ่ายและตัวอักษรที่สะท้อนตัวตนของ ADDCANDID ในปกหนังสือ ‘A(dd)-perture’

พีรพัฒน์ วิมลรังครัตน์ หรือ ADDCANDID ช่างภาพมากฝีมือระดับ Leica Thailand Ambassador ได้มาออกหนังสือที่เล่าเรื่องราวหลังเลนส์กล้องของเขา เขาถ่ายทอดมันออกมาด้วยสำนวนภาษาขี้เล่นและอารมณ์ดี โดยมีภาพถ่ายที่สวยและจับจังหวะอย่างเฉียบคมของเขาเป็นส่วนประกอบ สองสิ่งนี้กลายเป็นแรงบันดาลใจเบื้องหลังการออกแบบปกของ ’29thwinter’ ที่ตีความทั้งสองอย่างออกมาในรูปแบบของเธอ “ปกเล่มนี้เริ่มจากการเลือกรูปกันในกอง โดยมีโจทย์ว่าต้องเป็นรูปที่แสดงถึงสไตล์การถ่ายรูปของผู้เขียนอย่างชัดเจน เราจึงพยายามเลือกรูปที่ให้ความรู้สึกของการถูก snap และมีความ candid ในแบบของเขา การเลือกรูปที่ใช่นั้นค่อนข้างยาก เพราะรูปถ่ายของเขาสวยหมดทุกรูปเลย แต่เซตภาพที่เราชอบมากที่สุดคือเซต ‘ปารีส’ โดยเฉพาะรูป ‘the kiss’ ที่สำหรับเรามันยังเป็นรูปที่ใช่เสมอ แม้ว่ามันจะเคยใช้เป็นปก photobook ของเขาไปแล้วก็ตาม  การเลือกใช้ฟอนต์ต่างกันในชื่อหนังสือบนปก เพราะเราอยากให้มีลูกเล่นที่สื่อถึงคาแรคเตอร์ความเป็นกันเองของผู้เขียน ซึ่งสอดคล้องกับเนื้อหาสนุกๆ ด้านในเล่ม การวางชื่อพาดตรงกลางเป็นความตั้งใจให้ตัววงเล็บคาดตรงปากของทั้งสองคนพอดี เพื่อให้ภาพดูน่าค้นหามากยิ่งขึ้นจากการที่เราได้ปิดบังบางส่วนไป เมื่อเราได้รูปกับฟอนต์ที่พอดีแล้ว องค์ประกอบอื่นๆ และสีที่เลือกจึงใช้เท่าที่จำเป็น ด้วยแนวคิดที่อยากให้มันออกมาแบบ minimal แต่ดูโดดเด่นไม่จืดชืด” สั่งซื้อหนังสือ ‘A(dd)-perture’ โดย ADDCANDID ได้แล้วที่ https://godaypoets.com/product/add-perture/

view more