Home / article / Travel / เรื่อง “ไม่รู้ไม่ได้” ก่อนไปรัสเซีย

เรื่อง “ไม่รู้ไม่ได้” ก่อนไปรัสเซีย

godaypoets

Mar 21, 2019

เวลามอสโกเป็นใหญ่
รัสเซียกว้างใหญ่ครอบคลุมถึง 11 เขตเวลา แต่! ใช้เวลาของเมืองหลวงคือมอสโกเป็นหลักเท่านั้น แปลว่า หากเราซื้อตั๋วรถไฟไปเมืองทึนดา แล้วเวลาบนหน้าตั๋วบอกว่าเราจะไปถึงเมืองทึนดา (Ты́ нда-Tynda) เวลา 00.30 น. ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะไปถึงทึนดาตอนเที่ยงคืนครึ่งนะ เวลาของทึนดานําหน้ามอสโก 6 ชั่วโมง ฉะนั้นในความเป็นจริงเราจะไปถึงทึนดาราวหกโมงครึ่งในตอนเช้าต่างหาก ต้องมาบวกลบเอาเองจากเวลามอสโก

เตียงบนหรือเตียงล่างดี
ในเว็บไซต์จองตั๋วของการรถไฟรัสเซียจะมีแผนผังที่นั่งระบุเป็นภาษาอังกฤษด้วยว่าที่นั่งดังกล่าวเป็นเตียงบนหรือเตียงล่าง แต่บนหน้าตั๋วจะระบุเป็นภาษารัสเซีย ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นเตียงบนหรือเตียงล่าง ราคาก็ไม่ต่างกัน แต่สิ่งที่ควรคำนึงในการเลือกคือระยะเวลาในการเดินทาง ถ้าการเดินทางใช้เวลาแค่ 10-12 ชั่วโมงเหมือนกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ จะเตียงบนหรือล่างก็คงไม่มีผลอะไรมาก แต่ถ้ายาวสัก 89 ชั่วโมงล่ะ เตียงล่างย่อมดีกว่า แต่ก็เสี่ยงโดนขี้เมาแซวนะ
เตียงบน-Upper-Нижнее (นีซเนียเย)
เตียงล่าง-Lower-Вержнее (เวียรซเนียเย)

โปรดจำไว้ว่านี่คือภาษารัสเซีย ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ
เวลาเห็นตัวหนังสือรัสเซีย อย่าพยายามไปอ่านออกเสียงตามความเข้าใจภาษาอังกฤษของเรา บางตัวหน้าตาเหมือนภาษาอังกฤษก็จริง แต่เสียงของมันไม่ใช่ เช่น ‘P’ เห็นปุ๊บก็
นึกถึงเสียง ‘พ’ หรือ ‘ป’ แต่ชาวรัสเซียเขาใช้แทนเสียง ‘ร’ เสียงพยัญชนะต้นของคําว่า Pоссия หมายถึงรัสเซียต่างหาก ส่วน ‘H’ ที่นึกถึงเสียง ‘ฮ’ มันแทนเสียง ‘น’ จ้า เช่นในคําว่า нет (เนียต) ที่แปลว่า ไม่
แต่ถึงจะอ่านไม่ออก รู้คําพื้นๆ ไว้ก็ไม่เสียหลาย อย่างน้อยก็เอาไว้ break the ice ใบหน้านิ่งๆ ที่ดูไม่รู้อารมณ์ของพี่หมีขาว

Здравствуйте (สดราฟวุยเตีย) – สวัสดี (ภาษาทางการ)
Привет (ปรีเวียต) – สวัสดี (ภาษาไม่ทางการ)
До свидания (ดาซวีดานเนีย) – ลาก่อน (ภาษาทางการ)
Пока (ปากา) – ลาก่อน (ภาษาไม่ทางการ)

ขีด-ข่วน-ปาด-ตวัด… หลายความเคลื่อนไหวในปก “ปีแสง”

โดย KANITP. ‘ปีแสง’ คือคำที่มีความหมายและแข็งแรงมากในตัวของมัน การเริ่มออกแบบปกจึงตั้งต้นมาจากชื่อนี้ ในความหมายตามหลักวิทยาศาสตร์ ปีแสง คือระยะทางที่แสงเดินทางได้ในหนึ่งปี แต่คำว่า ‘ปีแสง’ จากความเข้าใจของนักออกแบบปกเล่มนี้ เปรียบเหมือนกับระยะทางและเวลานานนับปีแสง ที่ผู้เขียนได้ก้าวผ่านเรื่องราวทั้งดีและร้าย สวยงามและน่าเกลียด จนกระทั่งเป็นตนเองในทุกวันนี้ ดังนั้นคีย์วิชวลของปก จึงเน้นเรื่อง Movement เป็นหลัก (ซึ่งสอดคล้องกับการเต้น เนื่องจากคุณดุจดาว- ผู้เขียนเป็นนักจิตบำบัดด้านการเคลื่อนไหวด้วย) เราออกแบบให้เป็นการใช้สีอะคริลิก สีชมพูหม่น , สีน้ำเงินอมเขียว และสีดำ เป็นโทนสีหลัก เพื่อเปรียบเทียบทั้งสองขั้วของอารมณ์ ระบายบนกระดาษด้วยฝีแปรงที่รวดเร็วเพื่อให้ได้ Movement ที่ต้องการ ซึ่งผ่านการทดลองหลายครั้งจนกว่าจะได้ภาพที่ต้องการ จากนั้นจึงนำมาสแกน ปรับสี และนำมาประกอบกับเอลิเมนต์อื่นๆ ที่เหลือ ส่วนของ Typography เราทดลองใช้การเขียนแบบ Handwriting เพราะสามารถควบคุมน้ำหนักของเส้นได้ดีกว่าการใช้ตัวอักษรที่มีอยู่แล้วหรือดัดแปลงจากฟอนต์ที่มีในโปรแกรม โดยยึดหลักของคำว่า Movement อีกเช่นกัน  ดังนั้นตัวอักษรที่ออกมาจึงดูพลิ้วไหว ไม่มั่นคงแข็งแรงในตัวของมัน แต่ก็มีทิศทางที่ชัดเจน จากนั้นนำมาวางพาดทับบนรูปของคุณดุจดาว ซึ่งถ่ายโดยคุณเล็ก – เกียรติศิริขจรพอเสร็จแล้วก็ดูลงตัวระดับหนึ่ง คุณดุจดาวเองก็ชอบเลยเหมือนกัน แต่เรายังคงไม่แน่ใจ จึงทดลองทำ […]

view more

แฉแล้วชิ่ง by a book junior รุ่น 1

นึกว่าจะทำแต่หนังสือ?! ศศิ ฝึกงานตำแหน่งกราฟิกดีไซน์เนอร์ หลงคิดมาตลอดว่ากราฟิกประจำสำนักพิมพ์จะทำแต่หนังสือ วันๆ ก็ใช้ InDesign จัดหน้ากระดาษกันไปยาวๆ หรือมากสุดก็ออกแบบปก แต่พอได้เข้ามาฝึกจริงๆ แล้วก็พบว่างานของกราฟิกสำนักพิมพ์นี่สารพัดสารเพเหมือนกันนะ ต้องทำภาพประกอบสำหรับลงสื่อออนไลน์ ทำเลย์เอาต์ลิสต์หนังสือเพื่อโปรโมตเอย ถ่ายรูปหนังสือเอย และอีกหลายสิ่งอย่างลากยาวไปจนถึงเป็นคนขายหนังสือในงาน a book fair  การที่ได้มาเป็น a book junior ของเรานั้น เราแฮปปี้มากๆ ที่ได้มีส่วนร่วมกับงานทุกงาน แถมออฟฟิศยังอบอุ่นประหนึ่งบ้านก็ไม่ปาน ถึงแม้แอร์จะหนาวเหมือนอยู่ในตู้เย็นก็ตามที โต๊ะกลางมีขนมวางอยู่แทบทุกวัน (ชอบสุดก็ตรงนี้) มั่นใจได้เลยว่าฝึกกับ a book ไม่มีทางหิวแน่ๆ สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณพี่ๆ และเพื่อนๆ ที่ทำให้การฝึกงานของเราตลอดช่วงสามเดือนมานี้มีแต่เรื่องสนุกๆเราโตขึ้นกว่าเดิมจริงๆ นะ อย่างน้อยๆ ก็พุงเรานี่ละ ไม่คิดว่าจะต้องมาสัมภาษณ์คน ซัลมา ฝึกงานตำแหน่งกองบรรณาธิการ เราเข้าใจดีว่าการฝึกงานตำแหน่ง ‘กองบรรณาธิการ’ กับ a book คือการร้อยเรียงข้อมูลที่น่าสนใจของหนังสือให้คนรู้จักจนอยากหามาอ่านเอง ไม่ว่าจะเป็นการเขียนรีวิวโดยอ้างอิงบทความจากเว็บไซต์ต่างประเทศ การอ่านทั้งเล่มให้จบอย่างรวดเร็ว หรือการแลกเปลี่ยนความเห็นกันก่อนลงมือเขียนบทความ แต่ไม่เคยรู้มาก่อนว่าการสัมภาษณ์จะรวมอยู่ในนั้นด้วย ปกติเราสนุกกับการพูดคุยเสมอ แต่ไม่คิดว่าการพูดคุยเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลที่เราต้องการมันยากเอาเรื่องพี่ๆ […]

view more

Postcards from London และการเติบโตของฟาน.ปีติ ผ่านสายตาของโอ๊ต-มณเฑียร

สัมภาษณ์และภาพ: นพดล เลิศเอกสิริ ลองนึกย้อนกลับไปในวันที่โลกของเรายังไม่มีเทคโนโลยี 4G 5G การจะส่งความคิดถึงหาใครสักคน หรือบ่นระบายอะไรสักอย่าง เราต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างมาก ไม่มีรูปโปรไฟล์ให้เห็น ไม่มีไลน์ให้ส่ง ต้องนึกหน้าใครคนนั้นในใจ แล้วเขียนโปสต์การ์ด หรือจดหมายไปหา ข้อความเหล่านั้นใช้เวลาเดินทางไปถึงผู้รับเนิ่นนานกว่าสมัยนี้มาก แต่น่าแปลกที่ความรู้สึกบนแผ่นกระดาษกลับยังคงเด่นชัด ผ่านไปกว่าร้อยปี เทคโนโลยีเข้ามาแทนที่การเขียนจดหมาย แต่กระนั้นการส่งโปสต์การ์ดก็ยังไม่สูญหายไปจากสังคม กลายเป็นของมีค่าน่าสะสมด้วยซ้ำ คล้ายว่าคุณค่าบางอย่างไม่เคยเลือนหาย เช่นเดียวกับพี่น้องคนสนิทคู่นี้ เมื่อรู้ว่าศิษย์น้องอย่าง ฟาน-ปีติชา จะไปเรียนต่อปริญญาโทที่อังกฤษ โอ๊ต-มณเฑียร ศิษย์พี่ผู้เคยโลดแล่นอยู่ในลอนดอนกว่าหกปี จึงทิ้งโจทย์ไว้ว่า เธอต้องส่งโปสต์การ์ดกลับมาให้เดือนละใบ เป็นสัญญาใจของพวกเขาสองคน ก่อนใบที่หนึ่ง การพบกันครั้งแรก  ฟาน: ตอนนั้นฟานเห็นพี่ก้อง-ทรงกลด กำลังอ่านต้นฉบับ London Scene ของพี่โอ๊ตอยู่ ก็เลยบอกแกไปว่า เฮ้ย คนนี้น่าสัมภาษณ์มาลงคอลัมน์นะคะพี่ พี่ก้องก็สนับสนุน ซึ่งจริงๆ ฟานแอบมี Hidden Agenda ว่า ตอนไปสัมภาษณ์พี่โอ๊ต จะขอปรึกษาเรื่องการเรียนต่ออังกฤษ (ยิ้ม) โอ๊ต: แวบแรกที่เจอฟานคือคิดถึงตัวเองสมัยก่อน เรามองเห็นทั้งความเป็นนักวาดภาพประกอบ แล้วก็นักเขียน ที่ต้องทำการบ้าน […]

view more