Home / article / Design / สานเส้นเป็นกระต่ายในร้านหนังสือ ‘London Book Sanctuary’

สานเส้นเป็นกระต่ายในร้านหนังสือ ‘London Book Sanctuary’

a book Publishing

Jun 13, 2019

เขียน: นพดล เลิศเอกสิริ
พิสูจน์อักษร: เบญจพร หรูวรวิจิตร

นาทีที่ได้เห็นภาพปกหนังสือ London Book Sanctuary สิ่งหนึ่งที่ดึงความสนใจเป็นอย่างมาก ก็คือเจ้ากระต่ายยักษ์สีขาวที่แอบซ่อนอยู่ในร้านหนังสือ มันแฝงความหมายอะไรหรือเปล่านะ แล้วมือของใครกันที่เปิดม่านไปเจอร้านหนังสือ ชวนให้คนต้องพลิกดูทั้งสองด้าน ก่อนจะเห็นว่าเจ้าของมือนั้นคือเด็กหญิงชุดฟ้าที่ดูเหมือนอลิซในแดนมหัศจรรย์ ชวนให้จินตนาการได้ว่าร้านหนังสือนี้คงมหัศจรรย์เหมือนโพรงกระต่ายของอลิซ การใช้ภาพที่ทรงพลังเพียงภาพเดียวหุ้มหนังสือทั้งเล่มในฐานะปกหน้าและปกหลัง และสร้างมิติน่าสนใจให้หนังสือได้ เป็นไอเดียไม่ธรรมดาของ กนิฐปัญณีย์ นิ่มศรีทอง หรือเอิง อาร์ตได-เร็กเตอร์ของสำนักพิมพ์อะบุ๊ก ส่วนฝีมือการวาดที่สวยคลาสสิกและแสนมีเสน่ห์นั้นเป็นของ ปีติชา คงฤทธิ์ หรือ ‘ฟาน.ปีติ’ ผู้ที่เป็นทั้งคนเขียนและคนวาด

เล่าเบื้องหลังของปกหนังสือเล่มนี้ให้ฟังหน่อย  

เอิง: เราเห็นว่าฟานวาดภาพประกอบหนึ่งในเล่มเป็นรูปเด็กผู้หญิงเปิดม่าน แล้วเจอร้านหนังสือที่ซ่อนอยู่ในนั้น เราว่ามันเป็นกิมมิกที่น่ารักดี และแตกต่างจากปกส่วนใหญ่ที่เคยเห็นที่มักจะเป็นรูปแลนด์สเคปกว้างๆ ของร้านหนังสือจริง เราก็เลยคุยกับฟานว่า น่าจะขยายมาเป็นปกของเล่ม แล้วฟานก็ชอบ

ภาพวาดฝีมือฟาน จากบท ร้าน Marchpane

ฟาน: ตัวหน้าปกพัฒนามาจากภาพประกอบด้านในที่เราวาดสำหรับร้านชื่อว่า Marchpane ค่ะ ร้านนี้เด่นเรื่อง Alice in Wonderland เพราะมีขายหนังสือเรื่องนี้หลายเวอร์ชัน และรูปนี้ก็ได้แรงบันดาลใจมาจากภาพหนึ่งในนิทานเรื่องนั้น เป็น
ภาพอลิซแหวกม่านไปเจอประตูเล็กๆ แล้วกำลังใช้กุญแจไขเข้าไปในแดนมหัศจรรย์ โดยเราปรับจากประตูเป็นร้านหนังสือ ส่วนเด็กผู้หญิงก็เปลี่ยนเป็นตัวเราที่ตามกระต่าย เข้าไปในร้านหนังสือแทนที่จะเป็นโพรง

ร้าน Marchpane ในลอนดอน

ก่อนจะมาเป็นปกนี้ เห็นว่ามีไอเดียอื่นๆ ด้วย

เอิง: ภาพสเก็ตช์ที่ฟานเสนอตอนแรก ฟานอยากทำเป็นกรอบที่มีความเป็นอังกฤษ มีชื่ออยู่ตรงกลางสวยๆ แล้วมีคนอ่านหนังสือรอบๆ แต่เรารู้สึกว่าภาพนั้นไม่ค่อยทำให้นึกถึงร้านหนังสือขนาดนั้น เลยลองเสนอไอเดียอื่นๆ ว่า หรือเป็นภาพแลนด์สเคปของลอนดอน แล้วเติมคนอ่านหนังสือลงไป แต่ก็ยังรู้สึกว่ามันธรรมดาไป พอดีไปเห็นภาพประกอบร้านหนังสือร้านหนึ่งในเล่ม เลยตัดสินใจเลือกภาพนั้นกัน ซึ่งจริงๆ มันก็เสี่ยงนะ เพราะวาดแบบเดียวเลย ถ้ามันไม่เวิร์คเราก็ต้องรื้อใหม่หมด แต่จะให้ฟานไปวาดมาสามแบบแล้วคัดออกแบบปกกราฟิกปกติก็คงไม่ได้ (หัวเราะ) เพราะงานแบบฟานใช้เวลานาน เพราะเป็นงานที่มีรายละเอียดมาก

ภาพร่างปก London Book Sanctuary

ลายเส้นที่เป็นเอกลักษณ์นี้มีที่มาอย่างไร 

ฟาน: เราเริ่มชอบภาพประกอบแนวที่มีการสานเส้นเยอะๆ หรือทางเทคนิคเขาเรียกว่าภาพวาดด้วยการแรเส้นเงาขวาง (Cross Hatching) ซึ่งมันจะไปคล้ายๆ กับการพิมพ์เซาะร่อง (Engraving) ที่มักจะได้เห็นในงานศิลปะยุควิกตอเรีย ตั้งแต่ไปเรียนที่อังกฤษ คือเปิดโลกใหม่มาก เพราะภาพประกอบแนวนี้ไม่ค่อยมีในเมืองไทย เราเลยเสพอะไรแบบนี้เยอะ แล้วภาพสไตล์นี้มันเกิดขึ้นพร้อมกันกับการพิมพ์หนังสือ หรือถ้าสังเกตสิ่งพิมพ์ที่เป็นโฆษณาในยุคนั้นก็เป็นภาพแนวนี้ เป็นยุคที่หนังสือบูมขึ้นในลอนดอนพอดีเพราะผู้คนเข้าถึงได้มากขึ้น และเป็นสไตล์ที่เราชอบ ก็โป๊ะเชะเลย เลยตัดสินใจใช้ภาพโทนนี้เป็นภาพประกอบด้านใน

ภาพประกอบฝีมือฟานจากในเล่ม

เอิง: ส่วนฟ้อนต์ ก็ใช้ลายเส้นที่ฟานถนัด โดยเขาใช้วิธีรีเสิร์ชฟ้อนต์สไตล์วินเทจหลายๆ แบบแล้วนำมาปรับให้เป็นฟ้อนต์แบบที่ตั้งใจและมันเข้ากับมู้ดของภาพพอดี

ฟ้อนต์ที่ใช้บนปก

แล้วโทนสีและมู้ดของภาพที่ดูคลาสสิกล่ะ

ฟาน: เราเลือกโทนสีจากสถาปัตยกรรมจริงทั้งหมด อย่างสีเขียวเราก็ดึงมาจากร้านหนังสือชื่อ Daunt Books ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นร้านหนังสือที่สวยที่สุดในลอนดอน หรือผ้าม่าน เรานึกถึงการเปิดม่านในโรงละคร เลยรู้สึกว่าต้องใช้สีแดงประมาณนี้ จากนั้นก็หาคู่สีที่เข้ากัน ที่แสดงถึงความเป็นอังกฤษ ซึ่งจะเป็นโทนสีที่ไปทางตุ่นๆ หน่อย เหมือนสภาพอากาศที่นั่น ที่มักจะอึมครึม โทนสีทั้งหมดนี้ก็สอดคล้องกับแผนที่ประกอบในเล่มด้วย

ร้านหนังสือ Daunt Books ในลอนดอน

ฟาน: และตอนแรกเราตั้งใจให้มันเป็นตอนกลางวัน แต่ไปๆ มาๆ พอใส่สปอตไลต์ไปที่หนังสือ มันเลยดูเป็นกลางคืน ได้มู้ดอีกแบบ แต่เวอร์ชันแรกยังไม่มีภาพคนบนชั้นสองของร้าน รู้สึกว่าดูเหงาไปหน่อย  พอเติมคนเข้าไปก็เลยดูมีชีวิตชีวา เป็นปกที่เห็นในปัจจุบัน

ปกหน้าและปกหลังเป็นภาพเดียวกันใช่ไหม

ฟาน: ถ้าดูแค่ปกหน้าก็อาจจะแปลกใจหน่อย เพราะเหมือนมีมือยักษ์โผล่ออกมา แต่ถ้ากางออกจะเห็นว่าจริงๆ แล้วเป็นภาพเดียวต่อกัน 

ภาพปกที่เห็นทั้งปกหน้าและปกหลัง

Pre-order หนังสือ London Book Sanctuary โดย ฟาน.ปีติ ได้แล้วที่

สานเส้นเป็นกระต่ายในร้านหนังสือ ‘London Book Sanctuary’

เขียน: นพดล เลิศเอกสิริพิสูจน์อักษร: เบญจพร หรูวรวิจิตร นาทีที่ได้เห็นภาพปกหนังสือ London Book Sanctuary สิ่งหนึ่งที่ดึงความสนใจเป็นอย่างมาก ก็คือเจ้ากระต่ายยักษ์สีขาวที่แอบซ่อนอยู่ในร้านหนังสือ มันแฝงความหมายอะไรหรือเปล่านะ แล้วมือของใครกันที่เปิดม่านไปเจอร้านหนังสือ ชวนให้คนต้องพลิกดูทั้งสองด้าน ก่อนจะเห็นว่าเจ้าของมือนั้นคือเด็กหญิงชุดฟ้าที่ดูเหมือนอลิซในแดนมหัศจรรย์ ชวนให้จินตนาการได้ว่าร้านหนังสือนี้คงมหัศจรรย์เหมือนโพรงกระต่ายของอลิซ การใช้ภาพที่ทรงพลังเพียงภาพเดียวหุ้มหนังสือทั้งเล่มในฐานะปกหน้าและปกหลัง และสร้างมิติน่าสนใจให้หนังสือได้ เป็นไอเดียไม่ธรรมดาของ กนิฐปัญณีย์ นิ่มศรีทอง หรือเอิง อาร์ตได-เร็กเตอร์ของสำนักพิมพ์อะบุ๊ก ส่วนฝีมือการวาดที่สวยคลาสสิกและแสนมีเสน่ห์นั้นเป็นของ ปีติชา คงฤทธิ์ หรือ ‘ฟาน.ปีติ’ ผู้ที่เป็นทั้งคนเขียนและคนวาด เล่าเบื้องหลังของปกหนังสือเล่มนี้ให้ฟังหน่อย   เอิง: เราเห็นว่าฟานวาดภาพประกอบหนึ่งในเล่มเป็นรูปเด็กผู้หญิงเปิดม่าน แล้วเจอร้านหนังสือที่ซ่อนอยู่ในนั้น เราว่ามันเป็นกิมมิกที่น่ารักดี และแตกต่างจากปกส่วนใหญ่ที่เคยเห็นที่มักจะเป็นรูปแลนด์สเคปกว้างๆ ของร้านหนังสือจริง เราก็เลยคุยกับฟานว่า น่าจะขยายมาเป็นปกของเล่ม แล้วฟานก็ชอบ ฟาน: ตัวหน้าปกพัฒนามาจากภาพประกอบด้านในที่เราวาดสำหรับร้านชื่อว่า Marchpane ค่ะ ร้านนี้เด่นเรื่อง Alice in Wonderland เพราะมีขายหนังสือเรื่องนี้หลายเวอร์ชัน และรูปนี้ก็ได้แรงบันดาลใจมาจากภาพหนึ่งในนิทานเรื่องนั้น เป็นภาพอลิซแหวกม่านไปเจอประตูเล็กๆ แล้วกำลังใช้กุญแจไขเข้าไปในแดนมหัศจรรย์ โดยเราปรับจากประตูเป็นร้านหนังสือ ส่วนเด็กผู้หญิงก็เปลี่ยนเป็นตัวเราที่ตามกระต่าย เข้าไปในร้านหนังสือแทนที่จะเป็นโพรง […]

view more

ชวนน้ำใส ศุภวงศ์ ถอดรหัสดีไซน์ปก UNCOMMON TYPE พิมพ์ (ไม่) นิยม

ปกที่ดูเรียบง่ายนั้นไม่ได้ได้มาง่ายๆ ภาพที่มีรูปเงาหน้าทอม แฮงก์ส บนเครื่องพิมพ์ดีด มาจากการทำงานหนักของ น้ำใส ศุภวงศ์ เจ้าของผลงานปกเล่มนี้ ที่เจ้าตัวเองไม่เคยสัมผัสเครื่องพิมพ์ดีดมาเลยในชีวิต เราจึงชวนนักออกแบบไฟแรงคนนี้มาเล่าให้ฟังแบบจัดเต็มว่า กว่าจะออกมาเป็นปกหนังสือ ‘พิมพ์ (ไม่) นิยม’ ของทอม แฮงก์ส ที่ส่งไปให้ผู้เขียนพิจารณาครั้งเดียวผ่านปกนี้ ผ่านกระบวนการอะไรมาบ้าง ไอเดียเริ่มต้นของการออกแบบปกเล่มนี้คืออะไร ด้วยชื่อหนังสือกับเนื้อเรื่องที่มีเครื่องพิมพ์ดีดเป็นเหมือนตัวละครประกอบทุกบท บวกกับที่ทอม แฮงก์ส ก็เป็นคนคลั่งไคล้เครื่องพิมพ์ดีดมาก เลยคิดว่ายังไงภาพปกก็ต้องเกี่ยวข้องกับเครื่องพิมพ์ดีด เคยใช้เครื่องพิมพ์ดีดมาบ้างไหม ไม่เคยเลย ก็เลยไปเสิร์ชรูปเครื่องหลายๆ แบบ ไปดูรูปที่แยกชิ้นส่วนออกมา และยูทูบที่คนสอนใช้เครื่องพิมพ์ดีด ซึ่งมีคลิปหนึ่งของทอม แฮงก์ส ที่เขาสาธิตวิธีเปลี่ยนผ้าหมึกเครื่องพิมพ์ดีดด้วย แต่สุดท้ายพอเอามาใช้จริงก็ยังรู้สึกว่ายากอยู่ดี เพราะเราไม่มีเครื่องอยู่ที่บ้าน คนรอบตัวเราก็ไม่มีใครมี และรูปร่างหน้าตาเครื่องก็เยอะมาก เราจึงเลือกที่จะทำภาพให้เรียบง่ายที่สุด ไม่อยากให้คนมาจับผิดว่าคนนี้ไม่รู้จริงนี่นา (หัวเราะ) ก็เลยตัดทอนเยอะ แค่ดึงเอกลักษณ์ของเครื่องพิมพ์ดีดออกมา ก็เลยกลายมาเป็นรูปหน้าทอม แฮงก์ส บนเครื่องพิมพ์ดีด ความท้าทายผสมหนักใจคือเราอยากออกแบบเครื่องพิมพ์ดีดให้ออกมาแตกต่าง ถ้าจะออกแบบมาให้เป็นเครื่องพิมพ์ดีดอย่างเดียว มันแทบไม่มีอะไรให้เล่นแล้ว เราจึงคิดว่าจะใส่หน้าคน แล้วค่อยคิดว่าจะนำมาใช้ส่วนไหนให้ดูไม่ยัดเยียด พยายามทำให้เครื่องพิมพ์ดีดนี้มีจุดจดจำว่าออกแบบมาพิเศษสำหรับเรื่องนี้โดยเฉพาะ แต่ความคิดแรกยังไม่ได้คิดว่าเป็นหน้าทอม แฮงก์ส เพราะจากที่ได้อ่านเรารู้สึกว่าหนังสือเล่มนี้มันคือการเล่าชีวิตคนหลายคน แต่จุดเชื่อมอย่างหนึ่งของทุกบทคือมีเครื่องพิมพ์ดีดอยู่ร่วมด้วย เราจึงอยากให้มีซิลลูเอตหน้าคนอยู่กับเครื่องพิมพ์ดีด […]

view more

โลกควรมีฮีโร่ที่มีพลังพิเศษเกี่ยวกับ ‘บัวลอย’ เสียที

คุยกับเต้ย-ภาณุมาศ ทองธนากุล หรือนามปากกา ใบพัด เจ้าของผลงาน ‘นี่คือสิ่งสำคัญ’

view more