Home / article / “พี่แฮงก์สเขาไม่ได้มาเล่นๆ” จ่อไมค์ถามหลังอ่านจบ กับสารพัดความเห็นต่อ Uncommon Type

“พี่แฮงก์สเขาไม่ได้มาเล่นๆ” จ่อไมค์ถามหลังอ่านจบ กับสารพัดความเห็นต่อ Uncommon Type

a book Publishing

Jul 28, 2019

เขียน: นพดล เลิศเอกสิริ
ภาพ: REUTERS/Mario Anzuoni, REUTERS/Hannah McKay, REUTERS/Lucas Jackson, REUTERS/Dario Pignatelli

หากเปรียบการอ่านหนังสือสักเล่มเป็นการดูหนังรอบปฐมทัศน์ เสียงตอบรับจากเหล่านักอ่าน ก็คงไม่ต่างไปจากคำชื่นชม (หรือก่นด่าในบางครั้ง) ของเหล่าเพื่อนร่วมวงการ และนักวิจารณ์ ที่ถูกสื่อจ่อไมค์ถาม และถ้าคุณเป็นดาราฮอลลีวู้ดผู้เคยได้รับรางวัลออสการ์ถึงสองครั้งอย่างทอม แฮงก์ส ที่ผลงานของก็คุณยิ่งถูกเพ่งเล็งเป็นพิเศษอย่างแน่นอน เพราะก็ต้องยอมรับว่า หลายๆ คนยังมีภาพจำของ ‘ดาราที่เขียนหนังสือ’ ไปในทางที่ไม่ดีเท่าไร

เมื่อทอม แฮงก์สเปิดตัวเข้าสู่วงการนักเขียนด้วย Uncommon Type หรือฉบับภาษาไทยในชื่อ “พิมพ์ไม่นิยม” ผลงานของเขากลับไม่ถูกรุมด่า หรือปามะเขือเน่าใส่ แถมยังได้รับคำชมจากทั้งเพื่อนร่วมวงการบันเทิง สื่อหลากหลายสำนัก ไปจนถึงหลากนักเขียนนักอ่านจากทั่วมุมโลก นับเป็นก้าวที่สวยงาม สำหรับเส้นทางสายนี้ของเขา 

ผู้สื่อข่าวและนักเขียนจาก The Times อย่าง Melissa Katsouli บอกว่า “สำนวนของแฮงก์สนั้นน่าประทับใจ ด้วยน้ำเสียงอันแข็งแกร่งและมีสไตล์ อ่านได้อย่างไหลลื่น น่าติดตาม และเต็มไปด้วยความมั่นใจ จนคุณแทบลืมไปเลยว่ามันเป็นหนังสือของทอม แฮงก์ส ที่เป็นดาราหนัง”

เช่นเดียวกับเสียงของเหล่านักอ่านจากเว็บ goodreads ที่ขึ้นชื่อว่าวิจารณ์อย่างตรงไปตรงมา ก็ให้ความเห็นทำนองว่าเขาไม่ได้มาเล่นๆ “สารภาพว่าตอนแรกฉันค่อนข้างลังเลที่จะเลือกอ่านเล่มนี้เหมือนกัน แคลงใจว่าเขาจะเป็นเพียงนักแสดงอีกคนที่มโนว่าตัวเองเป็นนักเขียนไหมนะ แต่สิ่งที่ฉันได้รับกลับเป็นรวมเรื่องสั้นที่น่าประทับใจ (ทั้งที่ปกติฉันไม่ค่อยสนใจพวกเรื่องสั้นเท่าไร) แต่ละเรื่องช่างสมบูรณ์ และน่าพึงพอใจ” – Taylor

“ทอม แฮงก์ส มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะเผยแพร่ผลงานออกสู่สาธารณชน ไม่ต่างไปจากนักเขียนผู้มากประสบการณ์คนอื่นเลย ที่จริงเขาฝากงานเขียนให้ได้เห็นมาแล้วหลายครั้งใน ‘The New York Times’ ‘Vanity Fair’ และ ‘The New Yorker’ ดังนั้นจะเรียกว่าเขาเป็นมือใหม่ในวงการก็ไม่ถูกนัก” – Elyse

งานเปิดตัว ‘Uncommon Type: Some Stories’ ในนิวยอร์ก

ทอม แฮงก์สยังใช้จุดแข็งจากการที่เขาเป็นนักแสดงได้อย่างคุ้มค่า เขาใช้ประโยชน์จากที่เคยรับบทตัวละครต่างๆ มานับไม่ถ้วน ถ่ายทอดออกมาเป็น 17 เรื่องราวได้อย่างมีกึ๋น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรักๆ ของสองหนุ่มสาวที่เป็นเพื่อนกันและดูไม่น่าจะเข้ากันได้ อย่าง ‘สามสัปดาห์เหนื่อยสาหัส’ หรือเรื่องที่แอบจิกกัดวงการบันเทิงที่เขารู้จักเป็นอย่างดีใน ‘มหกรรมสัญจรในนาครแห่งแสงไฟ’ ไปจนถึงเรื่องราวล้ำๆ สุดไซไฟ ท่องเวลาอย่าง ‘อดีตสำคัญสำหรับเรา’ และอีกหลายเรื่องที่ทำให้เรานึกถึงภาพยนตร์บางเรื่องที่เขาเล่น

“แฮงก์ส เป็นนักแสดงที่ได้รับบทมาหลากหลาย แน่นอนว่าสิ่งนั้นมันส่งผลดีต่อเขา จนมาถึงเรา เพราะหนังสือของเขาสะท้อนความหลากหลายนั้นออกมาให้เห็น คุณไม่มีทางรู้เลยว่าจะได้พบเจอกับอะไร” – Helen Brown นักเขียนเจ้าของผลงาน Cleo หนังสือติดอันดับ The New York Times Best Seller

Stephen Fry นักแสดงชาวอังกฤษมากฝีมือ ที่หลายคนอาจคุ้นเคยจาก Alice in Wonderland (2010), Wilde (1997) เองก็ยังชื่นชมถึงผลงานของแฮงก์ส ไว้ว่า

“เรื่องราวต่างๆ ใน Uncommon Type มีตั้งแต่อ่านแล้วขำ ไปจนถึงกินลึกถึงแก่น บอกเล่าเรื่องราวต่างเวลา สถานที่ และรูปแบบ แต่ทั้งหมดยืนยันว่าเขารักการเขียน และสนุกสนานกับการสื่อสาร…ทุกถ้อยคำล้วนแต่ฉลาดเฉลียว ถึงลูกถึงคน และมีความเห็นอกเห็นใจในมนุษย์ด้วยกัน เหมือนเจ้าตัวไม่มีผิด”

Stephen Fry

เหมือนกับที่เพื่อนร่วมวงการอีกคนอย่าง Mindy Kaling นักแสดงสาวชาวอเมริกันผู้ฝากผลงานให้เราได้เห็นอย่าง Ocean’s Eight (2018), Inside Out (2015) กล่าวถึงหนังสือเล่มนี้ว่าสะท้อนตัวตนของทอม แฮงก์สให้เห็นไม่น้อย โดยเฉพาะน้ำเสียงที่ใช้เล่าเรื่อง

“คุณสมบัติในงานเขียนของทอมคือความขี้เล่น ขณะเดียวกันก็กระทบถึงอารมณ์เบื้องลึก เป็นสิ่งที่คุณหวังว่าจะได้เห็นจากเขาเป๊ะเลย เว้นก็แต่จะดีกว่านี้ถ้าเขามานั่งที่บ้าน แล้วอ่านให้คุณฟังทีละเรื่องด้วย”

กระทั่งรายการวิทยุระดับชาติอย่าง National Public Radio ยังพูดถึง Uncommon Type ไว้ว่า

“ในโลกที่เต็มไปด้วยข่าวที่ชวนสิ้นหวังไม่หยุดหย่อน และวรรณกรรมส่วนมากก็ดูจะพูดถึงแต่เรื่องโลกดิสโทเปีย โลกหลังการถูกทำลายล้าง และความมืดหม่น หดหู่ หนังสือเล่มนี้กลับบอกเล่าเรื่องราวที่อ่อนโยนและปลอบประโลมใจกว่าที่เราจะคาดถึง”

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งจากเสียงสะท้อนของเหล่านักอ่านที่มีต่อหนังสือเล่มนี้ แต่ต่อให้สิบปากกว่า ก็คงยังทำให้เชื่อไม่ได้จนกว่าจะได้หามาลองอ่านเอง ถ้าอยากรู้ว่าเสน่ห์ของหนังสือเล่มนี้คืออะไร หาคำตอบได้ใน UNCOMMON TYPE: some stories ‘ พิมพ์ (ไม่) นิยม’  https://godaypoets.com/product/uncommon-type-some-stories/

อ้่างอิง:

https://www.penguin.co.uk/books/111/1114786/uncommon-type/9781784759438.html

https://www.telegraph.co.uk/books/what-to-read/tom-hankss-typewriter-stories-reveal-inventive-mind-uncommon/

https://www.npr.org/2017/10/17/557189603/tom-hanks-lays-out-a-kinder-gentler-world-in-uncommon-type

ขีด-ข่วน-ปาด-ตวัด… หลายความเคลื่อนไหวในปก “ปีแสง”

โดย KANITP. ‘ปีแสง’ คือคำที่มีความหมายและแข็งแรงมากในตัวของมัน การเริ่มออกแบบปกจึงตั้งต้นมาจากชื่อนี้ ในความหมายตามหลักวิทยาศาสตร์ ปีแสง คือระยะทางที่แสงเดินทางได้ในหนึ่งปี แต่คำว่า ‘ปีแสง’ จากความเข้าใจของนักออกแบบปกเล่มนี้ เปรียบเหมือนกับระยะทางและเวลานานนับปีแสง ที่ผู้เขียนได้ก้าวผ่านเรื่องราวทั้งดีและร้าย สวยงามและน่าเกลียด จนกระทั่งเป็นตนเองในทุกวันนี้ ดังนั้นคีย์วิชวลของปก จึงเน้นเรื่อง Movement เป็นหลัก (ซึ่งสอดคล้องกับการเต้น เนื่องจากคุณดุจดาว- ผู้เขียนเป็นนักจิตบำบัดด้านการเคลื่อนไหวด้วย) เราออกแบบให้เป็นการใช้สีอะคริลิก สีชมพูหม่น , สีน้ำเงินอมเขียว และสีดำ เป็นโทนสีหลัก เพื่อเปรียบเทียบทั้งสองขั้วของอารมณ์ ระบายบนกระดาษด้วยฝีแปรงที่รวดเร็วเพื่อให้ได้ Movement ที่ต้องการ ซึ่งผ่านการทดลองหลายครั้งจนกว่าจะได้ภาพที่ต้องการ จากนั้นจึงนำมาสแกน ปรับสี และนำมาประกอบกับเอลิเมนต์อื่นๆ ที่เหลือ ส่วนของ Typography เราทดลองใช้การเขียนแบบ Handwriting เพราะสามารถควบคุมน้ำหนักของเส้นได้ดีกว่าการใช้ตัวอักษรที่มีอยู่แล้วหรือดัดแปลงจากฟอนต์ที่มีในโปรแกรม โดยยึดหลักของคำว่า Movement อีกเช่นกัน  ดังนั้นตัวอักษรที่ออกมาจึงดูพลิ้วไหว ไม่มั่นคงแข็งแรงในตัวของมัน แต่ก็มีทิศทางที่ชัดเจน จากนั้นนำมาวางพาดทับบนรูปของคุณดุจดาว ซึ่งถ่ายโดยคุณเล็ก – เกียรติศิริขจรพอเสร็จแล้วก็ดูลงตัวระดับหนึ่ง คุณดุจดาวเองก็ชอบเลยเหมือนกัน แต่เรายังคงไม่แน่ใจ จึงทดลองทำ […]

view more

“เถื่อน100” ต้องหรู และต้องดูเถื่อน! โจทย์ท้าทายนักออกแบบปก

เพราะสเป็คหนังสือ “เถื่อน100” มีความพรีเมี่ยม ภาพสี่สีทั้งเล่ม ปกแข็ง และสองภาษา ทำให้ต้นทุนการผลิตต่อเล่มสูง ราคาขายจึงสูงกว่าเล่มอื่น นำมาซึ่งโจทย์ในการทำงานอันค่อนข้างย้อนแย้งของนักออกแบบปก พูดง่ายๆ คือต้องดูหรู แต่ก็ยังต้องดูเถื่อน ให้สมกับชื่อของมัน เราจึงชวนคุยกับ 29th Winter ผู้รับหน้าที่ออกแบบปกให้หนังสือของวรรณสิงห์มาสองเล่มแล้ว ตั้งแต่เถื่อนแปด จนถึงเถื่อน100 เล่มนี้ “กว่าจะได้ดราฟต์นี้ เราลองกันมาค่อนข้างเยอะค่ะ มีทั้งใช้รูปเดี่ยวๆ ใช้สี่รูปจากทั้งสี่บท วางหลายแบบมากจนมาลงตัวที่ไดเรกชั่นเดิม คือเป็นภาพคอลลาจ นำองค์ประกอบเล็กบ้างใหญ่บ้างของภาพในเล่มมาผสมกัน เรื่องราวในเถื่อนมันเยอะ เรารู้สึกว่าใช้รูปเดียวสื่อไม่ได้ แต่เล่มนี้ไม่เหมือนเล่มเถื่อนอื่นๆ ตรงที่แบ็กกราวดน์ไม่ได้เป็นสีสดปูเต็ม แต่แบ็กกราวดน์เป็นรูปภูเขา เราชอบรูปทรงของภูเขา รู้สึกว่ามันสื่อถึงการผจญภัยดี พอเรามาปรับให้เป็นโทนสีดำ ก็ทำให้ดูเถื่อนขึ้น “แต่เนื่องจากเล่มนี้ราคาสูง ในฐานะนักออกแบบเราก็ต้องทำให้มันดูแพง ดูน่าเก็บสะสม ตอนแรกเลยตั้งใจให้ตรงชื่อ “เถื่อน100” เป็นตัวปั๊มทอง แต่พอมาคุยกันอีกที สีทองมันไม่เถื่อน ก็เลยเปลี่ยนเป็นสีอื่นแทน โดยเลี่ยงสีเก่าๆ ที่เคยใช้ ก็เลยกลายมาเป็นสีแดงนี้  ตัวอักษรของคำว่า “เถื่อน” ถ้าสังเกตก็จะเห็นว่าเราปรับใหม่ ไม่เหมือนจากเล่มก่อนๆ ด้วย เราพยายามให้มันมีเอกลักษณ์บางอย่างของตัวเอง ขณะเดียวกันก็ไม่ละทิ้งประวัติศาสตร์ที่เคยทำมา […]

view more

ทอม แฮงก์ส กับบทบาทของนักเขียน ผู้มองเห็นความพิเศษในความเรียบง่าย

เขียน: ซัลมา อินทรประชาพิสูจน์อักษร: เบญจพร หรูวรวิจิตรภาพ: REUTERS/Lucas Jackson, REUTERS/Carlo Allegri “ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องลงมือเขียน ยกเว้นแต่ว่าความรู้สึกคันยุบยิบมันจะรบกวนเราไม่เลิก” ตุลาคม ปี 2018 ทอม แฮงก์ส พูดถึงเหตุผลที่ ต้องเป็นนักเขียนในวัย 62 ปี ท่ามกลางผู้ฟัง 1,400 คน ในงาน Marcus Jewish Community Center of Atlanta (MJCCA) ความรู้สึกข้างต้นอาจหมายถึงอาการคันไม้คันมือจากสิ่งค้างคาที่จะคอยรบกวนจิตใจ หากยังไม่ได้ลงมือทำ ขณะที่แฮงก์สอยู่ในระหว่างการพักร้อน เขาอ่านเรื่องสั้นจาก The New Yorker และพบว่ามันน่าหลงใหลถึงขั้นสร้างแรงบันดาลใจให้เขาอยากเขียนเรื่องสั้นออกมา นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องสั้นเรื่องแรกในชีวิตเขา อลัน บีน บวกสี่ (Alan Bean Plus Four) อลัน บีน บวกสี่ (Alan Bean Plus Four) เล่าเรื่องราวกลุ่มเพื่อนที่อุกอาจสร้างยานมุ่งหน้าสู่ดวงจันทร์ […]

view more