Home / article / ทอม แฮงก์ส กับบทบาทของนักเขียน ผู้มองเห็นความพิเศษในความเรียบง่าย

ทอม แฮงก์ส กับบทบาทของนักเขียน ผู้มองเห็นความพิเศษในความเรียบง่าย

a book Publishing

Jun 2, 2019

เขียน: ซัลมา อินทรประชา
พิสูจน์อักษร: เบญจพร หรูวรวิจิตร
ภาพ: REUTERS/Lucas Jackson, REUTERS/Carlo Allegri

“ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องลงมือเขียน ยกเว้นแต่ว่าความรู้สึกคันยุบยิบมันจะรบกวนเราไม่เลิก”

ตุลาคม ปี 2018 ทอม แฮงก์ส พูดถึงเหตุผลที่ ต้องเป็นนักเขียนในวัย 62 ปี ท่ามกลางผู้ฟัง 1,400 คน ในงาน Marcus Jewish Community Center of Atlanta (MJCCA)

ความรู้สึกข้างต้นอาจหมายถึงอาการคันไม้คันมือจากสิ่งค้างคาที่จะคอยรบกวนจิตใจ หากยังไม่ได้ลงมือทำ

ขณะที่แฮงก์สอยู่ในระหว่างการพักร้อน เขาอ่านเรื่องสั้นจาก The New Yorker และพบว่ามันน่าหลงใหลถึงขั้นสร้างแรงบันดาลใจให้เขาอยากเขียนเรื่องสั้นออกมา

นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องสั้นเรื่องแรกในชีวิตเขา อลัน บีน บวกสี่ (Alan Bean Plus Four)

อลัน บีน บวกสี่ (Alan Bean Plus Four) เล่าเรื่องราวกลุ่มเพื่อนที่อุกอาจสร้างยานมุ่งหน้าสู่ดวงจันทร์ ทุกอย่างเกิดขึ้นไหลลื่นภายใต้การเล่าเรื่องอย่างเรียบง่าย แต่ในความเรียบง่ายนั้นกลับเป็นประสบการณ์สุดพิเศษ ก็คิดดูว่าคนธรรมดาได้ไปดวงจันทร์เฉยเลย จังหวะแรกที่พวกเขาได้มองเห็นดวงจันทร์ในระยะใกล้ หรือช่วงเวลาที่บทเพลงคุ้นหูดังขึ้นตอนที่พวกเขาขับยานย้อนกลับไปที่โลก หรือแม้แต่ตอนที่พวกเขาสูดเอาอากาศเข้าไปเต็มปอดอีกครั้งเมื่อถึงผิวโลก ทั้งหมดนี้ถูกเล่าเป็นเหมือนเป็นเรื่องแสนจะธรรมดา

หลังจากที่แฮงก์สส่งเรื่องสั้นของเขาให้กับ The New Yorker พิจารณา เรื่องสั้นของเขาก็ได้รับการตีพิมพ์ พร้อมคำถามกึ่งชักชวนว่า “ทำเพิ่มอีกสัก 15 เรื่องได้มั้ย”  

คำตอบที่เราเดาได้เลยก็คือ  “ทำไมจะไม่ได้เล่า”

และนี่เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องสั้น 17 เรื่องจากหนังสือ UNCOMMON TYPE: some stories หรือในภาษาไทยคือ พิมพ์ (ไม่) นิยม

UNCOMMON TYPE: some stories พิมพ์ (ไม่) นิยม ฉบับภาษาไทย

“เป็นความรู้สึกที่ดีมากจริงๆ ที่ผมได้เขียนมันออกมา มีหลายเรื่องที่ติดอยู่ในหัวของผม และมันคอยสะกิดใจผมมาตลอดหลายปี หลังจากใช้เวลาเรียบเรียงเรื่องราวด้วยความประณีตถี่ถ้วน ผลลัพธ์ก็ออกมาเป็นหนังสือเล่มนี้”

“คุณไม่สามารถถ่ายทอดสิ่งเหล่านี้ขณะเป็นนักแสดงได้หรือ” นักข่าวตั้งคำถาม
“ไม่ได้…ช่วงเวลาแห่งการพบปะผู้คนผ่านการสัมภาษณ์ เป็นช่วงเวลาที่จำกัด ผู้คนต้องการฟังในสิ่งที่เขาต้องการฟังเท่านั้น จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่ผมจะสามารถเล่าเรื่องราวอื่นนอกเหนือจากสิ่งที่เขาสนใจจะรู้”

ด้วยเครดิตรางวัลนักแสดงนำออสการ์ถึงสองครั้งจาก Philadelphia (1993) และ Forrest Gump (1994) รวมถึงอีกหลายครั้งหลายคราที่ภาพยนตร์ซึ่งมีนาม ทอม แฮงก์ส เชิดหน้าชูโรงได้สร้างความหวังและแรงบันดาลใจมากมายให้กับคนดู หลายคนร้องไห้เมื่อถึงตอนจบของ Saving Private Ryan (1998) หรือความเต็มตื้นในลำคอเมื่อ The Terminal (2004) จบลง และ Captain Phillips (2013) ทำให้เราได้เห็นผู้ที่กล้าหาญในสถานการณ์แห่งความเป็นจริง

ทอม แฮงส์ก ในงานโปรโมตหนังสือ UNCOMMON TYPE: some stories ในนิวยอร์ก

ตัวละครของทอม แฮงก์ส

ความสำเร็จในอาชีพนักแสดงของแฮงก์ส ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะแค่พรสวรรค์กับความทุ่มเท แต่เพราะการเลือกปรากฏตัวในบทบาทที่ ‘ดีงาม’ ตามแบบอเมริกันชน อย่างการมองโลกในแง่บวกพร้อมอารมณ์ขันอันล้นเหลือที่เหมาะสมต่อสถานการณ์ที่เหมือนสิ้นหวัง

ตัวตนเหล่านี้สะท้อนลงในเรื่องสั้นทั้ง 17 เรื่อง ระหว่างที่แฮงก์สใช้เวลาหลายปีเขียนขึ้นระหว่างช่วงพักจากการแสดง

แน่นอน ความอบอุ่นและความเรียบง่ายของแฮงก์ส ปรากฏอยู่ในทุกหน้าหนังสือ ตัวละครใน พิมพ์ (ไม่) นิยม นั้นเต็มไปด้วยอารมณ์ขันแม้ในสถานการณ์ที่มืดมน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของความไม่เข้ากันระหว่างเพื่อนที่พยายามลองเป็นคู่รัก ช่วงเวลาของผู้ย้ายถิ่นที่พยายามลงหลักปักฐานในเมืองใหม่ หรือครอบครัวที่กำลังแตกสลาย โดยมีฉากหลังเป็นสังคมแบบอเมริกัน ซึ่งทำให้ผู้อ่านรู้สึกเกี่ยวพันกับเรื่องราวได้ไม่ยาก

หนึ่งในนั้นคือ ไปหาคอสตัส (Go See Costas) เล่าเรื่องราวที่ตรากตรำของชายชาวบัลแกเรียผู้มาจากกรีซ ที่ยอมทำงานหนักบนเรือส่งสินค้าเปื้อนน้ำมันอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว แลกกับการลักลอบพาเพื่อนขึ้นเรือ เพื่อไปเสี่ยงโชคชะตาบนแผ่นดินใหม่อย่างสหรัฐอเมริกา พวกเขาต้องแยกจากกันอย่างไม่รู้ว่าจะได้เจอกันอีกหรือไม่ ความเจริญเหนือจินตนาการของมหานครนิวยอร์กในสายตาชายต่างถิ่นตัวเปล่า การรอนแรมยามค่ำคืนตามสวนสาธารณะ และการเทียวไล้เทียวขื่อของานทำอย่างไม่มีตัวเลือกกับเจ้าของร้านอาหารที่ใช้คำพูดรุนแรงหยามเหยียด กระนั้นทั้งหมดนี้ก็เทียบไม่ได้เลยกับช่วงชีวิตก่อนหน้าที่เขาดิ้นรนและสูญเสีย เพื่อจากบัลแกเรียมาสู่กรีซ และจากกรีซมาสู่แผ่นดินใหม่…มาสู่ชีวิตใหม่

เรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจจากพ่อเลี้ยงของแฮงก์สเอง ที่จากประเทศกรีซมาตั้งรกรากใหม่ในสหรัฐอเมริกา แฮงก์สสามารถถ่ายทอดเรื่องราวออกมาได้อย่างละเอียดลออ จนเราสัมผัสได้ถึงชีวิตที่เต็มไปด้วยความอดทนอดกลั้นเช่นนั้น

ทำไมถึงต้องเป็นเครื่องพิมพ์ดีด

ในทุกบทของเล่มนี้มีเครื่องพิมพ์ดีดเป็นองค์ประกอบของเรื่อง และนั่นอาจนำมาสู่คำถามว่าทำไม เหตุผลก็คือทอม แฮงก์ส เป็นชายผู้คลั่งไคล้เครื่องพิมพ์ดีด เมื่อเขามีโอกาสได้เขียนหนังสือของตัวเอง เขาจึงใส่องค์ประกอบของ ของสะสมสุดรัก ลงไปในหนังสือ เครื่องพิมพ์ดีดที่นอกจากจะเป็นองค์ประกอบหลักบนหน้าปกหนังสือแล้ว ยังมีส่วนในการกำหนดโทนของเรื่องราวทั้งเล่ม

“ในบางตอนผมก็ใช้มันเป็นเหมือนตัวหลัก และในบางตอนก็ให้มันผ่านมาเพียงผิวเผิน หรือบางตอนก็เป็นเหมือนสาส์นลับ (Easter Egg) ที่ทิ้งไว้ตามจุดต่างๆ ในเล่ม ซึ่งต้องมองหามันอย่างจริงจังซักหน่อยนะเออ” แฮงก์สทิ้งคำพูดเป็นนัย

ช่วงหนึ่งของการให้สัมภาษณ์ แฮงก์สยกคำพูดของ คาร์ล เซแกน นักดาราศาสตร์ชาวอเมริกันที่พูดถึงความมหัศจรรย์ของหนังสือว่า “หนังสือเป็นเหมือนสิ่งที่สร้างขึ้นจากเวทมนตร์ ทั้งที่มันเป็นแค่ภาพสองมิติ เป็นเพียงเส้นขยุกขยิกบนหน้ากระดาษ แต่กลับสามารถเข้าไปในใจผู้คนได้” ก่อนตบท้ายว่า เช่นเดียวกับหนังสือของเขา UNCOMMON TYPE: some stories หรือ พิมพ์ (ไม่) นิยม

Pre-order หนังสือ UNCOMMON TYPE: some stories พิมพ์ (ไม่) นิยม  ได้เแล้วที่ https://godaypoets.com/product/uncommon-type/

อ้างอิง

“นานแล้วที่ไม่ได้ทำงานกับต้นฉบับที่สนุกขนาดนี้” ภาณุ บุรุษรัตนพันธุ์ กับภารกิจสวมวิญญาณ ทอม แฮงก์ส แปล ‘UNCOMMON TYPE’

สัมภาษณ์และเขียน: ซัลมา อินทรประชาพิสูจน์อักษร: เบญจพร หรูวรวิจิตร ภาณุ บุรุษรัตนพันธุ์ หรือ “พี่ตึ๋ง” หรือ “ลุงตึ๋ง” ของน้องๆ ในวงการ เป็นชื่อแรกที่อะบุ๊กนึกถึงเมื่อจะแปลหนังสือของทอม แฮงก์ส เพราะมันเป็นเรื่องสั้นของอเมริกันชนในยุควินเทจ และภาณุเป็นนักแปลมือเก๋าที่เรียนจบและใช้ชีวิตที่นิวยอร์กมาร่วมหกปี พ่วงด้วยดีกรีอดีตบรรณาธิการ นิตยสาร เอสไควร์ (ประเทศไทย) และยังเป็นมือแปลวรรณกรรมอเมริกันสะท้อนยุคสมัย ไม่ว่าจะเป็นนิค ฮอร์นบี เรื่อง High Fidelity, About a Boy, How To Be Good หรือซีรีส์ Dark Tower สองเล่มแรกของสตีเฟน คิงส์ ไปจนถึงงานขึ้นหิ้งอย่าง Life of Pi ของยานน์ มาร์เตล เพราะฉะนั้นถ้าภาณุออกปากว่า “นานแล้วที่ไม่ได้ทำงานกับต้นฉบับที่สนุกขนาดนี้” ก็ยินดีต้อนรับทอม แฮงก์ส เข้าสู่ทำเนียบนักเขียนมือดีแห่งยุคได้เลย อาจกล่าวไม่ได้ว่าหนังสือเล่มนี้ระทึกขวัญสั่นประสาท เศร้าถึงขั้นเรียกน้ำตา หรือโรแมนติกจนจิกหมอน แต่หนังสือเล่มนี้จะทำให้คุณรู้จักความเป็นมนุษย์ของตัวคุณเอง ความไม่เพอร์เฟ็กต์ […]

view more

10 บทเรียนชีวิตจากสองนักเขียน วรรณสิงห์ และวิว – ชนัญญา

กว่าจะประสบความสำเร็จอย่างทุกวันนี้ สิงห์ – วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล และวิว – ชนัญญา เตชจักรเสมา ผ่านการลองผิดลองถูกมาหลากรูปแบบ ในงาน The Expert Talk เมื่อวันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมา ทั้งสองได้แชร์มุมมองจากประสบการณ์ชีวิตจริง และนี่คือ 10 บทเรียนที่ทั้งคู่ได้เรียนรู้และอยากส่งต่อ

view more

10 ดอก 10 เธอ

ชวนทำความรู้จักกับ WHITE HAT. ผู้อยู่เบื้องหลังภาพดอกไม้ 10 ดอก ที่กลายมาเป็นภาพประกอบและปกหนังสือ ‘ดอก รัก’ ของ ตินกานต์

view more