Home / article / Cover Story / ชวนน้ำใส ศุภวงศ์ ถอดรหัสดีไซน์ปก UNCOMMON TYPE พิมพ์ (ไม่) นิยม

ชวนน้ำใส ศุภวงศ์ ถอดรหัสดีไซน์ปก UNCOMMON TYPE พิมพ์ (ไม่) นิยม

a book Publishing

Jun 7, 2019

ปกที่ดูเรียบง่ายนั้นไม่ได้ได้มาง่ายๆ ภาพที่มีรูปเงาหน้าทอม แฮงก์ส บนเครื่องพิมพ์ดีด มาจากการทำงานหนักของ น้ำใส ศุภวงศ์ เจ้าของผลงานปกเล่มนี้ ที่เจ้าตัวเองไม่เคยสัมผัสเครื่องพิมพ์ดีดมาเลยในชีวิต เราจึงชวนนักออกแบบไฟแรงคนนี้มาเล่าให้ฟังแบบจัดเต็มว่า กว่าจะออกมาเป็นปกหนังสือ ‘พิมพ์ (ไม่) นิยม’ ของทอม แฮงก์ส ที่ส่งไปให้ผู้เขียนพิจารณาครั้งเดียวผ่านปกนี้ ผ่านกระบวนการอะไรมาบ้าง

น้ำใส ศุภวงศ์

ไอเดียเริ่มต้นของการออกแบบปกเล่มนี้คืออะไร

ด้วยชื่อหนังสือกับเนื้อเรื่องที่มีเครื่องพิมพ์ดีดเป็นเหมือนตัวละครประกอบทุกบท บวกกับที่ทอม แฮงก์ส ก็เป็นคนคลั่งไคล้เครื่องพิมพ์ดีดมาก เลยคิดว่ายังไงภาพปกก็ต้องเกี่ยวข้องกับเครื่องพิมพ์ดีด

เคยใช้เครื่องพิมพ์ดีดมาบ้างไหม

ไม่เคยเลย ก็เลยไปเสิร์ชรูปเครื่องหลายๆ แบบ ไปดูรูปที่แยกชิ้นส่วนออกมา และยูทูบที่คนสอนใช้เครื่องพิมพ์ดีด ซึ่งมีคลิปหนึ่งของทอม แฮงก์ส ที่เขาสาธิตวิธีเปลี่ยนผ้าหมึกเครื่องพิมพ์ดีดด้วย แต่สุดท้ายพอเอามาใช้จริงก็ยังรู้สึกว่ายากอยู่ดี เพราะเราไม่มีเครื่องอยู่ที่บ้าน คนรอบตัวเราก็ไม่มีใครมี และรูปร่างหน้าตาเครื่องก็เยอะมาก เราจึงเลือกที่จะทำภาพให้เรียบง่ายที่สุด ไม่อยากให้คนมาจับผิดว่าคนนี้ไม่รู้จริงนี่นา (หัวเราะ) ก็เลยตัดทอนเยอะ แค่ดึงเอกลักษณ์ของเครื่องพิมพ์ดีดออกมา

ก็เลยกลายมาเป็นรูปหน้าทอม แฮงก์ส บนเครื่องพิมพ์ดีด

ความท้าทายผสมหนักใจคือเราอยากออกแบบเครื่องพิมพ์ดีดให้ออกมาแตกต่าง ถ้าจะออกแบบมาให้เป็นเครื่องพิมพ์ดีดอย่างเดียว มันแทบไม่มีอะไรให้เล่นแล้ว เราจึงคิดว่าจะใส่หน้าคน แล้วค่อยคิดว่าจะนำมาใช้ส่วนไหนให้ดูไม่ยัดเยียด พยายามทำให้เครื่องพิมพ์ดีดนี้มีจุดจดจำว่าออกแบบมาพิเศษสำหรับเรื่องนี้โดยเฉพาะ แต่ความคิดแรกยังไม่ได้คิดว่าเป็นหน้าทอม แฮงก์ส เพราะจากที่ได้อ่านเรารู้สึกว่าหนังสือเล่มนี้มันคือการเล่าชีวิตคนหลายคน แต่จุดเชื่อมอย่างหนึ่งของทุกบทคือมีเครื่องพิมพ์ดีดอยู่ร่วมด้วย เราจึงอยากให้มีซิลลูเอตหน้าคนอยู่กับเครื่องพิมพ์ดีด อันนี้คือไอเดีย แต่การทำหน้าคนซ้อนกันเยอะๆ มันออกมาไม่เวิร์ก เราเลยเลือกภาพเงาที่คล้ายทอม แฮงก์ส แม้จะไม่ได้ดูเหมือนมาก (หัวเราะ) 

เลือกสีสันและฟ้อนต์ที่ใช้บนปกยังไง

มู้ดแอนด์โทนของเล่มนี้ พี่เอิง อาร์ตไดเร็กเตอร์ของอะบุ๊กช่วยชี้เป้ามาให้ว่าเป็นอเมริกันวินเทจและให้ชุดสีซึ่งมาจากสีจริงของเครื่องพิมพ์ดีดบางส่วนที่ทอม แฮงก์ส สะสมไว้ โดยเฉพาะเครื่องสีส้ม ครีม และฟ้า ส่วนฟ้อนต์ที่บนปกเลือกมาจากภาพจำที่ติดตามาจากพวกโปสเตอร์ยุคเก่าๆ ของอเมริกา ตอนแรกฟ้อนต์ที่เลือกไปคือตั้งใจให้ดูเชยหน่อยเพราะรู้สึกว่าความเชยก็ให้อารมณ์ของเรื่องนี้ดี แต่ก็คุยกับพี่เอิง อาร์ตไดเร็กเตอร์ สรุปว่าให้มีความเชยบ้างและมีความทันสมัยบ้างมาตัดกัน ส่วนเอฟเฟ็กต์ตรงฐานเครื่องพิมพ์ดีดที่มีรอยจางๆ ก็มาจากมู้ดแอนด์โทนหลักที่อยากให้มีความเป็นวินเทจ โดยเรานึกถึงโปสเตอร์สมัยก่อนที่น่าจะไม่สามารถพริ้นต์ได้ชัดเท่าสมัยนี้ จึงทำให้มีเอฟเฟ็กต์ที่มันไม่ได้คมมาก 

สังเกตเห็นตัว x ที่เรียงกันอยู่ด้านขวา ตรงนี้มีความหมายพิเศษอะไรมั้ย

เอกลักษณ์อย่างหนึ่งของเครื่องพิมพ์ดีดคือเวลาพิมพ์ออกมาฟ้อนต์มันจะไม่ได้เท่ากันทุกตัว และมันก็เข้ากับเนื้อเรื่องที่ว่าชีวิตของคนในเรื่องที่มันขาดๆ เกินๆ ซึ่งมันเป็นเอฟเฟ็กต์ที่ให้ความเป็นมนุษย์ดี คือมีความไม่ได้สม่ำเสมอ

Pre-order หนังสือ UNCOMMON TYPE: some stories พิมพ์ (ไม่) นิยม โดย ทอม แฮงก์ส ได้แล้วที่ https://godaypoets.com/product/uncommon-type/

ขีด-ข่วน-ปาด-ตวัด… หลายความเคลื่อนไหวในปก “ปีแสง”

โดย KANITP. ‘ปีแสง’ คือคำที่มีความหมายและแข็งแรงมากในตัวของมัน การเริ่มออกแบบปกจึงตั้งต้นมาจากชื่อนี้ ในความหมายตามหลักวิทยาศาสตร์ ปีแสง คือระยะทางที่แสงเดินทางได้ในหนึ่งปี แต่คำว่า ‘ปีแสง’ จากความเข้าใจของนักออกแบบปกเล่มนี้ เปรียบเหมือนกับระยะทางและเวลานานนับปีแสง ที่ผู้เขียนได้ก้าวผ่านเรื่องราวทั้งดีและร้าย สวยงามและน่าเกลียด จนกระทั่งเป็นตนเองในทุกวันนี้ ดังนั้นคีย์วิชวลของปก จึงเน้นเรื่อง Movement เป็นหลัก (ซึ่งสอดคล้องกับการเต้น เนื่องจากคุณดุจดาว- ผู้เขียนเป็นนักจิตบำบัดด้านการเคลื่อนไหวด้วย) เราออกแบบให้เป็นการใช้สีอะคริลิก สีชมพูหม่น , สีน้ำเงินอมเขียว และสีดำ เป็นโทนสีหลัก เพื่อเปรียบเทียบทั้งสองขั้วของอารมณ์ ระบายบนกระดาษด้วยฝีแปรงที่รวดเร็วเพื่อให้ได้ Movement ที่ต้องการ ซึ่งผ่านการทดลองหลายครั้งจนกว่าจะได้ภาพที่ต้องการ จากนั้นจึงนำมาสแกน ปรับสี และนำมาประกอบกับเอลิเมนต์อื่นๆ ที่เหลือ ส่วนของ Typography เราทดลองใช้การเขียนแบบ Handwriting เพราะสามารถควบคุมน้ำหนักของเส้นได้ดีกว่าการใช้ตัวอักษรที่มีอยู่แล้วหรือดัดแปลงจากฟอนต์ที่มีในโปรแกรม โดยยึดหลักของคำว่า Movement อีกเช่นกัน  ดังนั้นตัวอักษรที่ออกมาจึงดูพลิ้วไหว ไม่มั่นคงแข็งแรงในตัวของมัน แต่ก็มีทิศทางที่ชัดเจน จากนั้นนำมาวางพาดทับบนรูปของคุณดุจดาว ซึ่งถ่ายโดยคุณเล็ก – เกียรติศิริขจรพอเสร็จแล้วก็ดูลงตัวระดับหนึ่ง คุณดุจดาวเองก็ชอบเลยเหมือนกัน แต่เรายังคงไม่แน่ใจ จึงทดลองทำ […]

view more

“พี่แฮงก์สเขาไม่ได้มาเล่นๆ” จ่อไมค์ถามหลังอ่านจบ กับสารพัดความเห็นต่อ Uncommon Type

เขียน: นพดล เลิศเอกสิริภาพ: REUTERS/Mario Anzuoni, REUTERS/Hannah McKay, REUTERS/Lucas Jackson, REUTERS/Dario Pignatelli หากเปรียบการอ่านหนังสือสักเล่มเป็นการดูหนังรอบปฐมทัศน์ เสียงตอบรับจากเหล่านักอ่าน ก็คงไม่ต่างไปจากคำชื่นชม (หรือก่นด่าในบางครั้ง) ของเหล่าเพื่อนร่วมวงการ และนักวิจารณ์ ที่ถูกสื่อจ่อไมค์ถาม และถ้าคุณเป็นดาราฮอลลีวู้ดผู้เคยได้รับรางวัลออสการ์ถึงสองครั้งอย่างทอม แฮงก์ส ที่ผลงานของก็คุณยิ่งถูกเพ่งเล็งเป็นพิเศษอย่างแน่นอน เพราะก็ต้องยอมรับว่า หลายๆ คนยังมีภาพจำของ ‘ดาราที่เขียนหนังสือ’ ไปในทางที่ไม่ดีเท่าไร เมื่อทอม แฮงก์สเปิดตัวเข้าสู่วงการนักเขียนด้วย Uncommon Type หรือฉบับภาษาไทยในชื่อ “พิมพ์ไม่นิยม” ผลงานของเขากลับไม่ถูกรุมด่า หรือปามะเขือเน่าใส่ แถมยังได้รับคำชมจากทั้งเพื่อนร่วมวงการบันเทิง สื่อหลากหลายสำนัก ไปจนถึงหลากนักเขียนนักอ่านจากทั่วมุมโลก นับเป็นก้าวที่สวยงาม สำหรับเส้นทางสายนี้ของเขา  ผู้สื่อข่าวและนักเขียนจาก The Times อย่าง Melissa Katsouli บอกว่า “สำนวนของแฮงก์สนั้นน่าประทับใจ ด้วยน้ำเสียงอันแข็งแกร่งและมีสไตล์ อ่านได้อย่างไหลลื่น น่าติดตาม และเต็มไปด้วยความมั่นใจ จนคุณแทบลืมไปเลยว่ามันเป็นหนังสือของทอม แฮงก์ส ที่เป็นดาราหนัง” เช่นเดียวกับเสียงของเหล่านักอ่านจากเว็บ […]

view more

หนุ่ม-โตมร ศุขปรีชา กับคลาสเรียนที่เปลี่ยนนักอยากเขียนให้เป็นนักเขียน

เขียน: ซัลมา อินทรประชาภาพ: กมลวัลท์ มงคลปัญญาพิสูจน์อักษร: เบญจพร หรูวรวิจิตร เหล่าวัยรุ่นต่างใช้ความฝันเป็นแสงส่องหาเส้นทางและตัวตนในชีวิตของตัวเอง และจะเป็นเช่นนั้นเพียงช่วงหนึ่งสั้นๆ ก่อนความจริงจะเปลี่ยนแปลงให้พวกเขาก้าวสู่การเติบโตและมองโลกสดใสน้อยลง  เช้าวันจันทร์ที่ฟ้าเปียกฝน พวกเราชาวจูเนียร์หลายสิบชีวิต รวมตัวกันในห้องบรรยายที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิทยากรที่เรารอคอยก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มขรึมๆ ตอนสิบโมงตรงตามเวลานัด อดรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้ที่เห็นพี่หนุ่ม-โตมร ศุขปรีชา ตัวเป็นๆ ผู้ผ่านมาทั้งงานเขียนบทความ หนังสือฟิกชั่น นอนฟิกชั่น งานแปล รวมถึงเป็นพิธีกรรายการโทรทัศน์ ยืนเตรียมอุปกรณ์อยู่ตรงหน้าเรา ว่าแต่…เขาจะดุไหมนะ พี่หนุ่มเปิดบทสนทนาด้วยความจริงในโลกของผู้ใหญ่ที่เราฟังแล้วหัวร้อน “รู้ไหมอาชีพนักเขียน สรรพากรถือว่าเป็นอาชีพที่ไม่มีต้นทุน” เราทุกคนงง “เวลานักเขียนเขียนงานออกมา หากไม่ได้เป็นคนจัดพิมพ์งานเอง สามารถยื่นขอลดหย่อนภาษีได้น้อยมาก หากเทียบกับอาชีพนักแสดง” แม้น้ำเสียงพี่หนุ่มจะนุ่มนวลและใช้ถ้อยคำติดตลก แต่เนื้อหานั้นฟังแล้วหดหู่ ผลงานที่ใช้ทั้งระยะเวลาในการสั่งสมข้อมูล กับประสบการณ์ของนักเขียน กลับไม่ถูกให้ค่า เพราะสังคมไทยนิยมเสพเรื่องราวที่ถ่ายทอดด้วยปาก มากกว่าจะอ่านจากงานเขียน และยังชอบเสพอารมณ์ความรู้สึก มากกว่าตรรกะและเหตุผล จึงไม่แปลกที่ประเทศนี้ นักแสดงหรือนักร้องจะรวยกว่านักเขียน  จากเรื่องเล่าข้างต้น พี่หนุ่มจบด้วยประโยคที่มืออาชีพมักใช้ถามเด็กหน้าใหม่ที่มีแต่ใจกับไฟฝันว่า “ฟังแล้วยังอยากเป็นนักเขียนอยู่มั้ย” ไม่ว่าการเป็นนักร้องนักแสดงจะรวยแค่ไหน แต่ตอนนี้นักเขียนมืออาชีพกำลังยืนอยู่ตรงหน้าเรา ถึงพี่หนุ่มจะออกปากว่านักเขียนรวยสู้นักแสดงไม่ได้ แต่จากผลงานมากมายก็ทำให้เรามั่นใจว่ามีบางอย่างที่ทำให้พี่หนุ่มยังรักในการเขียนอยู่ “การเขียนเป็นการตัดต่อความทรงจำ” พี่หนุ่มเปิดประเด็น ก่อนพาพวกเราไปสู่ทักษะแรกของการเป็นนักเขียนที่ดี โห…ขนลุก […]

view more